Company Equity 14 May 2024, 14:43

TTB (BUY) – การเติบโตยังไม่สิ้นสุด –Target Price Bt2.30, Price Bt1.96


TTB ระมัดระวังในการให้สินเชื่อ จัดการหนี้เสียเก่าที่สะสม และสร้างกันสำรองเป็นเบาะรองรับ ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจในสภาวะที่ตลาดสินเชื่อผู้บริโภคมีความอ่อนแอได้โดยไม่เสียหาย ด้วยการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ดีกว่าที่คาดไว้ ทำให้เราปรับกำไรและราคาเป้าหมายเป็น 2.3 บาท

มีศักยภาพในการสร้างกำไรที่แข็งแกร่ง

แม้หนี้ครัวเรือนจะอยู่ในระดับสูง ยอดขายบ้านชะลอตัว ราคารถยนต์มือสองลดลง และความสามารถในการชำระหนี้ที่อ่อนแอในกลุ่มลูกค้ารายย่อย จะเป็นความท้าทายต่อแผนการขยายสินเชื่อผู้บริโภคที่ให้ผลตอบแทนสูง และการเพิ่มค่าธรรมเนียม cross-selling แต่ธนาคารมีเกราะป้องกันเพื่อหนุนการเติบโต 1) ยังคงมีประโยชน์ทางภาษีเหลืออยู่ 1.2 หมื่นลบ. เทียบเท่ากับ 65% ของกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 1.46 หมื่นลบ. 2) สำรอง management overlay เพิ่มเติม 6.6 พันลบ. ซึ่งคิดเป็น 4% ของสินเชื่อ Stage 2 และ NPLs ณ 2Q24 อัตราส่วน loan-loss-coverage ยังคงแข็งแกร่งที่ 152%  ด้วยมีตั้งสำรองรวมต่อสินเชื่อที่ 4.7% ใน 2Q24 3) การประหยัดค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงประสิทธิภาพและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มขึ้น

สินเชื่อชะลอตัว แต่กำไรยังเติบโต

การเติบโตของสินเชื่อของ TTB ต่ำกว่าคาด โดย YTD สินเชื่อลดลง 2.4%  ดังนั้นเราจึงปรับลดประมาณการการเติบโตของสินเชื่อในปี 2024F เป็น -3.9% โดยคาดว่าจะฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดไว้ในตอนแรก โดยคาดว่าจะเติบโต 1% ต่อปี ในปี 2025-26F นอกจากนี้ เรายังปรับลดสมมติฐานรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลงเฉลี่ย 7% ในปี 2024-26F อย่างไรก็ตาม ด้วยการสร้างสำรองที่แข็งแกร่ง ประโยชน์ทางภาษี และการปรับปรุงประสิทธิภาพ เราจึงได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น 1.6% สำหรับสามปีข้างหน้า เราคาดว่ากำไรของ TTB จะเติบโต 14% ต่อปี ในปี 2024-25F และ 15% ในปี 2026F

อัตราการจ่ายปันผลสูง ยังคงแนะนำ “ซื้อ” TP 2.3 บาท 

TTB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงกว่าที่คาดไว้ที่ 0.065 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลที่ 59% เทียบกับ 55% ในปี 2023 การเพิ่มขึ้นนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารต่อแผนการบริหารจัดการเงินทุนที่มุ่งเพิ่ม ROE การปรับเพิ่มประมาณการกำไร อัตราการจ่ายปันผลที่เพิ่มขึ้น และการปรับมาใช้ปีฐาน 2025F ทำให้เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 2.05 บาท เป็น 2.3 บาท โดยใช้ cost of equity ที่ 10.2% TTB ยังคงเป็น Top Sector Pick ของเรา โดยมี upside 17% TTB มีความยืดหยุ่นในการจัดการกับปัจจัยภายใน ทำให้สามารถเผชิญกับอุปสรรคในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารไทยได้ดี โดยสามารถทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งด้วยมีการเติบโตของกำไรและผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงกว่า

ธนาคารมีความจำเป็นต้องทำ M&A อย่างเร่งด่วนหรือไม่?

เราไม่เชื่อเช่นนั้น ภายใต้ประมาณการของเรา เกราะป้องกันที่มีอยู่น่าจะช่วยหนุนให้ธนาคารบรรลุเป้าหมาย ROE ที่สูงกว่า 10% ภายในปี 2026F ซึ่งทำให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นในการใช้เวลาในการสำรวจและเลือกทำการลงทุนที่เพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตเชิงกลยุทธ์ของตน สำคัญที่สุดคือ การทำ M&A จะต้องสร้างกำไรเพิ่มเติม และเป็นการใช้ทุนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเพียงอย่างเดียว

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version