Company Equity 17 May 2024, 22:23

STEC (BUY) – อยู่ในเส้นทางการเติบโต – Target Price Bt11.00, Price Bt9.05


STEC มีส่วนแบ่งขาดทุนอย่างมากจากสายสีชมพูและสีเหลือง ทำให้เราต้องปรับกำไรและราคาเป้าหมายลงเหลือ 11 บาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรามองว่า 1) กำไรจะฟื้นตัวขึ้น เติบโต 119/55% y-y ในปี 2025-26F และ 2) STEC เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้ประโยชน์สูงสุดในรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของรัฐบาล เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”                             

ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 11 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”

บทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง “รอบการเติบโตใหม่” วันที่ 16 ตุลาคม 2024 ส่วนขาดทุนจากการดำเนินงานของ STEC ในโครงการรถไฟสายชมพูและเหลืองซึ่งถือหุ้นอยู่ 15% ทำให้เราต้องปรับลดประมาณการกำไรลง 45-79% ในปี 2024-26F ด้วยอัตราคิดลดที่เพิ่มขึ้น 2ppt เป็น 11.4-12.4% เพื่อสะท้อนถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้น และการปรับมาใช้ปีฐาน 2025F ราคาเป้าหมายของเราจึงลดลงเหลือ 11 บาท/หุ้น จาก 12 บาท เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” STEC เพราะ 1) ราคาหุ้นลดลง 39% จากจุดสูงสุดเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งดูเหมือนจะสะท้อนข่าวไม่ดีแล้ว 2) เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวด้วยการเติบโต 119/55% y-y ในปี 2025-26F และ 3) เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้ประโยชน์สูงสุดในรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของรัฐบาล จากราคาเป้าหมาย 11 บาท เราประเมินมูลค่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ 3.5 บาท/หุ้น และพอร์ตการลงทุนที่ 7.5 บาท

งานในมือที่ต่ำไม่ใช่ปัจจัยกังวล

เราไม่กังวลต่องานในมือของ STEC ที่ต่ำเพียง 6.2 หมื่นลบ. ณ สิ้น 2Q24 ซึ่งมีมูลค่าเพียง 2 เท่าของรายได้ปี 2024F เนื่องจาก 1) มีโครงการที่มีศักยภาพสูง เช่น สนามบินอู่ตะเภา ดาต้าเซ็นเตอร์  และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน มูลค่า 5.4 หมื่นลบ. ในปี 2025-26F และ 2) เป็นหนึ่งในผู้รับเหมาก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในไทย เรามองว่า STEC จะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากแผนของรัฐบาลในการประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ มูลค่า 4.30 แสนลบ. ในปี 2025-27F ดังนั้นเราจึงคาดว่ามูลค่าโครงการใหม่ของ STEC จะอยู่ที่ 2.7/5.6/2.5  หมื่นลบ. ในปี 2024-26F ซึ่งจะช่วยงานในมือเป็น 7.2/9.7/8.9 หมื่นลบ. ณ สิ้นปี 2024-26F

กำไรเติบโต 119/55% y-y ในปี 2025-26F

จากการมีส่วนแบ่งขาดทุน 522 ลบ. ซึ่งเกิดจากการดำเนินงานในปีแรกของโครงการรถไฟสายชมพูและเหลือง เราจึงคาดว่ากำไรของ STEC จะลดลง 77% y-y ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวเติบโต 119% y-y ในปี 2025F และ 55% y-y ในปี 2026F โดย 1) เราคาดว่าการรับรู้รายได้จากงานในมือและโครงการที่มีศักยภาพสูงจะช่วยเพิ่มรายได้จากการก่อสร้าง 4/6% y-y ในปี 2025-26F 2) แม้จะมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ แต่เราคาดว่ากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นจาก 4.8% ในปีนี้ (เทียบกับ 4.1% ใน 1H24) เป็น 5/5.2% ในปี 2025-26F เนื่องจากมีสัดส่วนโครงการที่ดีขึ้นจากการเสร็จสิ้นโครงการที่มีกำไรต่ำและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโครงการอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนที่ลดลง และ 3) เรายังคาดว่าส่วนแบ่งขาดทุนจะลดลงเป็น 452/398 ลบ. ในปี 2025-26F เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารของรถไฟสายชมพูและเหลืองเพิ่มขึ้น

กลายเป็นบริษัทโฮลดิ้ง

แผนการปรับโครงสร้างของ STEC เพื่อกลายเป็นบริษัทโฮลดิ้งและลงทุนในด้านสาธารณูปโภคและไฟฟ้า โลจิสติกส์และการขนส่ง รวมถึงภาคส่วนที่มีการเติบโตสูง อาจส่งผลให้เกิดการลดมูลค่าในการประเมิน อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าความสำเร็จของแผนในระยะยาวจะช่วยสร้างรายได้และกำไรที่เป็นประจำและมีเสถียรภาพ และได้ประโยชน์จาก synergies ที่เกิดขึ้น เรายังไม่ได้รวมมูลค่าใดๆ จากแผนนี้ในประมาณการของเรา

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version