Company Equity 17 May 2024, 22:58

CKP (BUY) – กำไรอ่อนตัวระยะสั้น –  Target Price Bt5.00, Price Bt3.88


เราปรับประมาณการกำไร CKP ปี 2024F ลง 36% เพื่อสะท้อนผลกระทบจากการหยุดการผลิตไฟฟ้าของโครงการ XPCL รวม 17 วันในไตรมาสที่การผลิตไฟฟ้าสูงสุดของปี แต่ยังแนะนำ “ซื้อ” CKP เพราะเราคาดกำไรพลิกกลับมาเติบโต 64/17% ในปี 2025-26F หนุนโดยผลบวกจากวัฏจักร La Nina และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

ปรับประมาณกำไรลงระยะสั้น

เราคาดกำไรของ CKP จะลดลง 27% y-y ในปี 2024F หลังปรับประมาณการลง 36% เพื่อสะท้อนผลกระทบเชิงลบจากการหยุดการผลิตรวม 17 วันของโครงการโรงไฟฟ้าไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ 42.5% ใน 3Q24 เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าโครงการมากเกินไป อย่างไรก็ตามเรามองผลกระทบนี้เป็นเพียงระยะสั้น และคาดกำไรสามารถพลิกกลับมาเติบโต 64/17% ในปี 2025-26F ด้วยแรงหนุนจาก 1) วัฏจักรLa Nina ที่ยังต่อเนื่องไป และ 2) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงของ XPCL จากทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและการทยอยชำระคืนหนี้ เรายังแนะนำ “ซื้อ” CKP ด้วยราคาเป้าหมาย (ปี 2025F) คงเดิมที่ 5.0 บาทต่อหุ้น

XPCL หยุดผลิตชั่วคราว

CKP ต้องหยุดการผลิตไฟฟ้าจากโครงการ XPCL สองครั้งใน 3Q24 เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโครงการมากเกินไป โดยรอบแรกเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 21-30 สิงหาคม เนื่องจากมีฝนตกหนักมากกว่าปกติในฤดูฝนที่ผ่านมาซึ่งคาดเป็นเพราะการเกิดปรากฏการณ์ La Nina ส่วนรอบที่สองมีระยะเวลา 7 วันระหว่างวันที่ 21-27 กันยายน จากปริมาณฝนที่หนักอีกครั้งในช่วงพายุไต้ฝุ่นยางิเข้ากระทบพื้นที่ ทั้งนี้การหยุดการผลิตไฟฟ้านี้เป็นไปตามขั้นตอนมาตรฐานความปลอดภัย จึงไม่มีความเสียหายต่อโรงไฟฟ้า เราคาดว่าปริมาณการผลิตไฟฟ้าจาก XPCL จะลดลง 10% y-y เหลือ 6.2TWh ในปี 2024F ซึ่งน้อยกว่าปริมาณการผลิตในปี 2020 ซึ่งเป็นปีแล้งอยู่ 2% อีกด้วย

คาดประโยชน์จาก La Nina ต่อเนื่อง

อิงจากวัฏจักรปกติราวสี่ปีระหว่างปีที่ปรากฏการณ์ La Nina มีความรุนแรงสูงสุด (2024F) จนถึงปีที่เกิดปรากฏการณ์ El Nina รอบถัดไป (น่าจะเป็นปี 2027F) เราจึงคาดประโยชน์จากปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้ปริมาณน้ำในพื้นที่อยู่ในระดับสูง และหนุนให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำสองแห่งของ CKP คือ XPCL และโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 กำลังการผลิต 283MW ตามสัดส่วนการถือหุ้น (NN2) มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าแข็งแกร่งต่อเนื่องไปในปี 2025-26F เราคาด XPCL (กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 546MW) จะผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น 12% และ 2% สำหรับโครงการ NN2 ในอีกสองปีข้างหน้าที่ยังเป็นช่วงปรากฏการณ์ La Nina (เมื่อเทียบกับปีนี้)

ได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยพลิกเป็นขาลง

เรามองว่า CKP จะได้ผลบวกอย่างมีนัยสำคัญจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเข้าสู่ขาลง เนื่องจาก โครงการ XPCL มีหนี้สิน 6.7 หมื่นลบ. (76% ของหนี้สินทั้งหมดที่ 8.8 หมื่นลบ.) ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดย 5.8 หมื่นลบ. เป็นสกุลเงินบาท และอีก 9 พันลบ. เป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นไตรมาส 2Q24 เราคาด CKP จะได้รับส่วนแบ่งกำไรจาก XPCL เพิ่มขึ้น 50 ลบ. ต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ลดลง 0.25% และ 10 ลบ. หากดอกเบี้ย Fed ลดลง 0.25% ทั้งนี้ประมาณการของเราใช้สมมติฐานการลดลงของอัตราดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐฯ ที่ 0.25/0.25bps และ 0.75/0.50bps ในปี 2025-26F ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของ XPCL ลดเหลือ 6.6/6.4% จาก 7.2% ในปี 2024F และชำระหนี้คืนปีละ 6 พันลบ.

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version