TIDLOR (BUY) – ราคาหุ้นปรับลงมากแล้ว –Target Price Bt18.00, Price Bt14.60

เราปรับลดกำไรปี 2025-27F ของ TIDLOR ลงเฉลี่ย 12% สะท้อนมุมมองการเติบโตของสินเชื่อที่ระมัดระวังมากขึ้น หลังราคาหุ้นปรับตัวลง 22% ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ เราเห็นความเสี่ยงที่จะปรับลงอีกจำกัด ด้วยคาดว่าอัตราผลตอบแทนปันผลสูงขึ้นหลังการปรับโครงสร้างการถือหุ้น เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 18 บาท
สินเชื่อเติบโตในอัตราที่ไม่ร้อนแรง
แม้การควบรวมอุตสาหกรรมจะช่วยให้ฐานลูกค้าสินเชื่อที่ยังดำเนินการอยู่ของ TIDLOR เติบโตขึ้น 11.3% ในปี 2024 แต่การเติบโตของสินเชื่อรวมชะลอตัวลงเหลือ 6.6% จาก 20% y-y ในปี 2023 บริษัทฯ มีความมั่นใจในคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้น แต่ยังคงใช้นโยบายปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวังและเลือกเฟ้นโดยเฉพาะสินเชื่อรถบรรทุก เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น เราปรับลดประมาณการการเติบโตของสินเชื่อลงเหลือ 8% ต่อปี ในปี 2025-26F (จากเดิม 10%) และ 7% ในปี 2027F (จาก 9%) หนุนโดยการเติบโตในระดับเลขหลักเดียวปลายๆ ในเดือนม.ค.-ก.พ.2025 มูลค่าหลักประกันที่ทรงตัว และแผนเปิดสาขาใหม่ 100 แห่งในปีนี้ ด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ชะลอตัวลง เราคาดว่าการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจะชะลอลงจาก 18% y-y ในปี 2024 เหลือ 8% ต่อปี ในปี 2025-26F
Credit costs ลดลง
คุณภาพสินทรัพย์ของ TIDLOR ได้รับผลกระทบจากหนี้ที่กลับมาเป็นหนี้เสียอีกครั้งและการทุจริต ทำให้บริษัทฯ เร่งดำเนินมาตรการเคลียร์พอร์ตสินเชื่อใน 2Q-3Q24 ซึ่งทำให้ credit cost พุ่งขึ้นสูงสุดที่ 3.9% ใน 3Q24 เนื่องจากมีการตัดหนี้สูญเพิ่มขึ้น หลังจากหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงส่วนใหญ่ได้รับการแก้ไข และปรับปรุงประสิทธิภาพการติดตามหนี้ให้ดีขึ้น อัตราการเกิดหนี้เสียใหม่จึงลดลงจาก 4.6% ใน 2Q24 เหลือ 3.76% ใน 3Q24 และ 2.3% ใน 4Q24 ทั้งนี้ TIDLOR จัดสรรพนักงาน 8% ของทั้งหมดให้ทำหน้าที่ติดตามหนี้ ด้วยกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวังและความเสี่ยงด้านมูลค่าหลักประกันที่จำกัด เราคาดว่า credit costs จะลดลงจากค่าเฉลี่ย 3.4% ในปี 2024 เป็น 3.0% ในปี 2025F และ 2.9% ในปี 2026F
ปรับคาดการณ์กำไร
เราปรับกำไรของ TIDLOR ลง 8% ในปี 2025F, 13% ในปี 2026F และ 15% ในปี 2027F สะท้อนการเติบโตของสินเชื่อที่ไม่ร้อนแรง ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงขึ้น แม้อัตราดอกเบี้ยจะลดลง แต่ TIDLOR ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เราคาดว่าต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยจะสูงขึ้นจากปี 2024 ที่ 3.36% เป็น 3.43% ในปี 2025F ก่อนปรับลงสู่ 3.25% ในปี 2026F หลังปรับลดประมาณการกำไร ราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2025F) จึงลดลง 18% เหลือ 18 บาท/หุ้น
คาดปันผลเงินสดสูงขึ้น แนะนำ “ซื้อ”
การปรับโครงสร้างของ TIDLOR เป็นบริษัทโฮลดิ้งผ่านการทำคำเสนอซื้อ 1:1 ไม่เกิด dilution หรือส่งผลต่อฐานะการเงิน และปูทางสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคตและโอกาสในการจ่ายปันผลที่สูงขึ้น แม้กำไร 4Q24 จะแข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้นปรับลง 18% ตั้งแต่ปลายก.พ.2025 เราเชื่อว่าการปรับลงนี้เกิดจากแนวทางดำเนินธุรกิจที่ยังขาดความชัดเจน และความกังวลด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นในช่วงทำคำเสนอซื้อ (6 มี.ค.-30 เม.ย. 2025) ขณะที่การเติบโตที่ไม่ร้อนแรงสะท้อนในราคาหุ้นแล้ว ความกังวลด้านสภาพคล่องน่าจะลดลงเร็วๆ นี้ แม้ TIDLOR ไม่ได้มีข้อได้เปรียบเหมือนบมจ. เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) แต่หุ้นยังน่าสนใจที่ 2025F PE ที่ 9.1 เท่า และ P/BV ที่ 1.3 เท่า เราคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ย 12% ใน 3 ปีข้างหน้า ให้ ROE มากกว่า 15% ในปี 2026F และให้ yield 3% ขึ้นไป
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……