Equity Industries 31 Mar 2025, 07:48

Property (Underweight) – ผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จากเหตุแผ่นดินไหว


  • ในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบมากที่สุด
  • ความต้องการย้ายออกจากคอนโดสูง มีความเสี่ยงด้าน backlog คอนโด
  • คาดว่าจะมีต้นทุนการปรับปรุงที่สูงขึ้นและโปรโมชั่นด้านราคาที่รุนแรง
  • “UNDERWEIGHT” กลุ่มฯ เราอยู่ในช่วงทบทวนประมาณการของเรา

News Update:

  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์คาดว่าได้รับผลกระทบหนักสุด แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างอยู่พังถล่มลงมา ตึกสูง 28 ชั้นจากทั้งหมด 30 ชั้น คอนโดมิเนียมสูงหลายแห่งในกรุงเทพฯ มีรอยร้าว ซึ่งต้องตรวจสอบหากพบว่าคานและเสาได้รับความเสียหายรุนแรง ทำให้เกิดความกังวลในการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม
  • ขณะที่ความต้องการอสังหาริมทรัพย์อ่อนแออยู่แล้ว เนื่องจากกำลังซื้อที่ลดลงและปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่สูง ทำให้รัฐบาลเพิ่งประกาศผ่อนปรนอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าโครงการเป็น 100% ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมปีนี้ไปจนถึง 30 มิถุนายนปีหน้า เหตุการณ์นี้ยังน่าจะส่งผลกระทบต่อความต้องการคอนโดมิเนียม (ส่งผลมากกว่าต่ออาคารสูง และส่งผลน้อยกว่าต่อคอนโดมิเนียม low-rise 8 ชั้น) ซึ่งเราคิดว่าไม่ใช่แค่ความต้องการใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมเมื่ออาคารสร้างเสร็จ ไม่ใช่แค่ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการก่อสร้างตามแผนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงจากการยกเลิกการจองด้วย
  • ใน Exhibit 1 เราสรุปผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดฯ ที่มีโครงการคอนโดมิเนียมและหุ้นกู้ที่มีอยู่ เนื่องจากเรากังวลเกี่ยวกับความสามารถของผู้พัฒนาในเรื่องการต่ออายุหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด โดยผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่มีโครงการคอนโดมิเนียมในสัดส่วนที่สูง ได้แก่ ASW (90%), ANAN (87%), LPN (81%), ORI (71%) และ NOBLE (66%) ในแง่ของสต็อกคอนโดมิเนียม, ORI มีสต็อกสูงสุด (4.1 หมื่นลบ.) รองลงมาคือ SPALI, ANAN, SIRI และ NOBLE
  • ใน Exhibit 2 เรารวบรวมข้อมูลโครงการคอนโดมิเนียมของผู้พัฒนาฯ ทั้ง 12 รายที่จะแล้วเสร็จ และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2025F โดยมีคอนโดมิเนียมจำนวน 50 โครงการ มูลค่า 9.6 หมื่นลบ. ซึ่ง 21 โครงการจะแล้วเสร็จใน 4Q25 ซึ่งหมายความว่าโครงการหลายแห่งอาจต้องเลื่อนไปในปีถัดไปหากมีความล่าช้าในการก่อสร้าง ในแง่ของมูลค่า, ORI มีมูลค่าคอนโดมิเนียมที่จะเสร็จในปีนี้สูงสุด (13 โครงการ มูลค่า 2.3 หมื่นลบ.) รองลงมาคือ SIRI (มูลค่า 1.45 หมื่นลบ.), ASW (มูลค่า 1.4 หมื่นลบ.), ANAN (มูลค่า 1.19 หมื่นลบ.), AP (มูลค่า 1.04 หมื่นลบ.) และ PSH (มูลค่า 1.0 หมื่นลบ.) เราไม่ค่อยกังวลเกี่ยวกับ ASW เนื่องจากทั้ง 7 โครงการที่แสดงในที่นี้เป็นคอนโดมิเนียมต่ำ (low-rise) และส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต ชลบุรี (บางแสน) ระยอง โดยมีสองโครงการภายใต้แบรนด์ “Kave” ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมใกล้กับมหาวิทยาลัย (ธรรมศาสตร์ รังสิต, บูรพา บางแสน)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version