Equity Industries 2 Apr 2025, 11:12

Utilities (Underweight) – รัฐบาลประกาศแทรกแซงราคาไฟฟ้า


  • คณะรัฐมนตรีมีมติปรับลดราคาไฟฟ้าเหลือ 3.99 บาท/หน่วย
  • มตินี้ออกมาแย้งกับประกาศล่าสุดของ กกพ. ที่จะตรึงราคาไฟฟ้าไว้ที่ 4.15 บาท
  • กระทรวงพลังงานถูกมอบหมายให้หาแผนการลดต้นทุนราคาไฟฟ้า
  • การแทรกแซงในท้ายที่สุดนี้เป็นไปตามมุมมองของเรา

News Update:

นายกรัฐมนตรีออกมาประกาศเมื่อวานนี้ (1 เมษายน 2025) ถึงมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้ปรับลดราคาไฟฟ้าลงเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วยสำหรับรอบเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2025 (จากอยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วยในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน) ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของเราว่ารัฐบาลจะออกมาแทรกแซงการปรับราคาไฟฟ้า หลังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติออกมาก่อนหน้านี้ว่าจะตรึงราคาไฟฟ้าในรอบดังกล่าวไว้ที่ 4.15 บาท ทั้งนี้เนื่องจากเราเชื่อว่ารัฐบาลจะยังยึดมั่นต่อเป้าหมายการปรับลดราคาไฟฟ้าลงเหลือ 3.70 บาทต่อหน่วยในท้ายที่สุด

  • นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานทำงานร่วมกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการศึกษาหาแนวทางลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศให้สอดคล้องกับการประกาศปรับลดราคาไฟฟ้าครั้งนี้ โดยไม่ต้องใช้เงินอุดหนุนเพิ่มเติมจากภาครัฐ
  • คณะรัฐมนตรีกำชับให้การศึกษาแนวทางดังกล่าวแล้วเสร็จภายใน 45 วัน ซึ่งรวมถึง 1) การหาแนวทางแก้ไขสัญญารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (adder) และสัญญาที่ไม่มีกำหนดสิ้นสุดสัญญาสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2) การทบทวนเงื่อนไขค่าความพร้อมจ่าย (AP) และค่าพลังงาน (EP) ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับเอกชนรายใหญ่ (IPP)  และ 3) การหาแนวทางแก้ไขข้อตกลงการรับซื้อไฟฟ้าขั้นต่ำจากบางโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาซึ่งทำให้การบริการจัดการการสั่งผลิตไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนทำได้ไม่เต็มที่
  • มุมมองของเรา: เรามีความเชื่ออยู่แต่เดิมว่าท้ายที่สุดแล้วทางรัฐบาลจะออกมาแทรกแซงการกำหนดราคาไฟฟ้า เนื่องจากเรามองว่ารัฐบาลยังยึดมั่นอยู่กับเป้าหมายการลดราคาไฟฟ้าลงให้ได้เหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย การแทรกแซงราคาไฟฟ้าครั้งนี้จึงย้ำมุมมองของเราว่าความเสี่ยงด้านนโยบายยังสูงต่ออุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย และมุมมองลบของเราต่อหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค
  • เรามองว่าผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) คือ BGRIM และ GPSC จะได้ผลกระทบเชิงลบสูงสุดจากการประกาศปรับลดราคาไฟฟ้าครั้งนี้ โดยเราคาดอัตรากำไร SPP ลดลงต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 4Q24 ถึง 3Q25F จากแรงกดดันของราคาไฟฟ้าที่ทยอยปรับลดลงในขณะที่ราคาต้นทุนก๊าซธรรมชาติในประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น
  • เรายังเชื่อว่าการปรับปรุงแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม (ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนหรือ IPP) นั้นทำได้ยากเนื่องจากเป็นสัญญาที่มีพันธะผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งน่าจะอยู่เหนืออำนาจของกระทรวง ในขณะที่การผิดสัญญาหรือแก้ไขสัญญาจะสร้างผลกระทบทางลบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของสัญญาภาครัฐ ซึ่งจะทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการพัฒนาโรงไฟฟ้าหรือโครงสร้างพื้นฐานอื่นในประเทศในไทยอนาคต
  • อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าความกังกลต่อความเสี่ยงด้านนโยบายนี้จะยังอยู่ต่อไปและกดดันราคาหุ้นในกลุ่มฯ เราจึงเลือกหุ้นที่มีปัจจัยการเติบโตกำไรเฉพาะตัวและมีสัดส่วนธุรกิจที่ได้รับความเสี่ยงด้านนโยบายในประเทศที่ต่ำ เช่น BCPG ที่มีผลการดำเนินงานจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯดีขึ้นและมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และ BPP ที่มีแนวโน้มอัตรากำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯและโรงไฟฟ้าถ่านหินในจีนฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปีก่อน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version