Company Equity 4 Apr 2025, 07:09

SCC (SELL) – การปรับตัวขึ้นไม่สมเหตุสมผล – Target Price Bt115.00, Price Bt148.00


เรามองว่าการฟื้นตัวของราคาหุ้น SCC ที่แข็งแกร่งที่ 17% จากจุดต่ำสุดในปีนี้นั้นไม่สมเหตุสมผล แม้ราคาซีเมนต์จะถูกปรับขึ้น เราคงคำแนะนำ “ขาย” เนื่องจากมูลค่าหุ้นที่แพง และมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจปิโตรเคมีของบริษัทฯ ในระดับสูง

แนวโน้มยังคงเปราะบาง; แนะนำ “ขาย”

เรามองว่าการฟื้นตัวอย่างมากของราคาหุ้น SCC นั้นไม่สมเหตุสมผล และคงคำแนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2025F) ลดลงเหลือ 115 บาท จาก 127 บาท เนื่องจาก 1) เราปรับลดกำไรปี 2025-27F ลง 37/50/35% หลังผลการดำเนินงาน 4Q24 ออกมาน่าผิดหวังในสายธุรกิจส่วนใหญ่ และความล่าช้าในการเริ่มต้นโครงการ Long Son Petrochemical (LSP) ไปเป็นปี 2027 ประมาณการกำไรใหม่ของเรายังรวมการปรับราคาซีเมนต์ขึ้น 75/25 บาท/ตัน ในปี 2025-26F ด้วย 2) ธุรกิจปิโตรเคมียังคงมีแนวโน้มที่ไม่สดใส โดยคาดว่าจะอยู่ช่วงขาลงลากยาวไปอีก 3 ปีข้างหน้า 3) ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับวันเริ่มต้นและผลตอบแทนของโครงการ LSP หาก LSP ไม่สามารถเริ่มได้ในกลางปี 2027 กำไรปี 2027F ของเราน่าจะถูกปรับลง 46% และ 4) เรามองว่ามูลค่าหุ้น SCC ดูแพงไปที่ PE ที่ 32/23 เท่า ในปี 2025-26F ขณะที่ P/BV ที่ต่ำที่ 0.5 เท่า นั้นเหมาะสมกับ ROE ที่ 1.6%

ได้ประโยชน์จากแผ่นดินไหวไม่มาก
แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดในประเทศไทยทำให้มีรายงานการแตกร้าวในอาคารมากกว่า 14,000 รายการ โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ซึ่งกระตุ้นความต้องการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารในระยะสั้น แม้ว่าความต้องการซีเมนต์จะเติบโต 6-11% ต่อปีในปี 2012-13 หลังน้ำท่วมใหญ่ในปี 2011 แต่เราคาดว่าการฟื้นตัวในครั้งนี้จะไม่มาก เนื่องจากความเสียหายจำกัดแค่กรุงเทพฯ และความต้องการส่วนใหญ่เป็นการปรับปรุงอาคารมากกว่าการก่อสร้างขนาดใหญ่ใหม่ เราคาดว่าความต้องการซีเมนต์ในปี 2025F อยู่ที่ 5% เทียบกับลดลง 4% ในปี 2024 เราคาดว่ากำไรจากวัสดุก่อสร้างจะอยู่ที่ 6.7 พันลบ. ในปี 2025F เทียบกับ 4.3 พันลบ. ในปี 2024 การฟื้นตัวของธุรกิจวัสดุก่อสร้างไม่น่าจะมากพอที่จะพลิกสถานการณ์ของ SCC อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งต่างจากธุรกิจปิโตรเคมี

ธุรกิจปิโตรเคมียังคงมีความท้าทาย

เราคาดว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจะยังคงอยู่ในภาวะขาลงอีกสองถึงสามปีข้างหน้า HDPE-naphtha spread ยังคงอยู่ในโซนต่ำสุดที่ US$320/tonneใน 1Q25 เทียบกับ US$316 ใน 4Q24 และ US$339 ในปี 2024 โรงงานแครกเกอร์แนฟทา 2 แห่งของ SCC ในประเทศไทยน่าจะยังคงดำเนินการที่ระดับขาดทุนที่ระดับสเปรดเหล่านี้ ในขณะเดียวกัน เราคาดว่า LSP จะยังคงหยุดดำเนินการตลอดปี 2025 เนื่องจากสเปรดผลิตภัณฑ์ที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก SCC ยังคงบันทึกต้นทุนคงที่ของ LSP ไว้ในงบกำไรขาดทุน เราจึงคาดว่าส่วนแบ่งขาดทุนของ LSP จะเพิ่มเป็น 1.36 หมื่นลบ. ในปี 2025F จาก 1.02 หมื่นลบ. ในปี 2024 ซึ่งอาจกัดเซาะกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการขึ้นราคาซีเมนต์ของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง

คาด 1Q25F อ่อนแอ

เราคาดว่า SCC จะทำกำไรได้ 400 ลบ. ใน 1Q25F เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 512 ลบ. ใน 4Q24 เนื่องจากความต้องการซีเมนต์และกระดาษบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ธุรกิจปิโตรเคมีมีแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่อง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version