SAWAD (BUY) – มูลค่าน่าสนใจ –Target Price Bt32.00, Price Bt27.00
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” SAWAD โดยมองว่าไม่แพงที่ P/BV เพียง 1.1 เท่า ขณะที่ให้ ROE ที่ 14%, EPS เติบโตที่ 9% และให้อัตราผลตอบแทนปันผลที่ 5% ในปี 2026F เราคาดว่าตลาดจะให้ความสนใจกับคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้น และคุณภาพสินทรัพย์ของ SAWAD มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ไม่แพง ด้วยให้อัตราผลตอบแทนปันผลที่ 5% แนะนำ “ซื้อ”
แม้เราจะปรับกำไรลง 4-6% ในปี 2026-27F สะท้อนการเติบโตที่ชะลอตัวของสินเชื่อ ซึ่งทำให้ราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ลดลงจาก 36 บาท เป็น 32 บาท แต่คงคำแนะนำ “ซื้อ” SAWAD 1) เราคาดว่าตลาดจะให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้นในวัฏจักรธุรกิจนี้ และ SAWAD ได้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่ดีขึ้นชัดเจนผ่านพอร์ตการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำลง การขาดทุนจากสินทรัพย์ยึดลดลง และ credit cost มีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้ ด้วยอัตราผลตอบแทนสินเชื่อเฉลี่ยที่สูงขึ้น คุณภาพกำไรจึงดีขึ้น 2) สภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นในช่วงเลือกตั้งจะช่วยหนุนพฤติกรรมการชำระหนี้ ทำให้คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น 3) การควบคุมของธปท. ในเรื่องสินเชื่อเช่าซื้อที่เข้มงวดขึ้นอาจจะส่งผลกระทบในระยะสั้น แต่ระยะยาวถือว่าเป็นบวก เนื่องจากจะนำไปสู่การรวมอุตสาหกรรม และ 4) เรามองว่า SAWAD ไม่แพงที่ 1.1 เท่า P/BV และ PE ที่ 8.3 เท่า เทียบกับ ROE ปี 2026E ที่ 14%, EPS ปี 2026E ที่โต 9% และผลตอบแทนปันผลที่ 5%
การปรับพอร์ตให้มีความเสี่ยงต่ำลงเริ่มเห็นผล
สัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ (MHP) ที่มีความเสี่ยงสูงของ SAWAD ลดลงจาก 31% ในปี 2023 เหลือ 27% ใน 3Q25 ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าเพิ่มขึ้นจาก 66% เป็น 71% ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ผลตอบแทนจากสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อ MHP อยู่ที่ราว 14% หลังหัก credit cost เทียบกับของสินเชื่อจำนะทะเบียนรถยนต์ที่ราว 21% และของสินเชื่อจำนำโฉนดที่ดินที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าที่ราว 14% สัดส่วนพอร์ตสินเชื่อที่เปลี่ยนไปทำให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจากสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็นราว 18.3% ใน 2Q-3Q25 จาก 17.7% ใน 1Q25 SAWAD ตั้งเป้าที่จะลดสัดส่วน MHP ลงไปอีกเหลือ 25% ซึ่งจะช่วยหนุนให้อัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อสูงขึ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น
การเลือกตั้งเป็นปัจจัยบวก
ประเทศไทยเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง โดยกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งทำให้สภาพคล่องและปริมาณเงินในระบบ โดยเฉพาะในเศรษฐกิจระดับฐานราก มักจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอย่างน้อยในระยะใกล้นี้จะช่วยลดความเสี่ยงของหนี้เสีย และเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ของ SAWAD ประกอบกับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อของ SAWAD ที่เน้นไปที่สินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น เราจึงคาดว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังอ่อนแอ แต่ NPLs จะยังทรงตัวอยู่ใกล้ระดับ 3.8% ในปี 2025F และ credit cost จะลดลงมาอยู่ที่ 190/180 bps ในปี 2026–27F (จาก 200 bps ในปี 2025F) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของกำไร
การกำกับดูแลของ ธปท. เป็นบวกในเชิงโครงสร้าง
เรามองว่าการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อที่เข้มงวดขึ้นของธปท. จะกระทบต่อ SAWAD ในระยะใกล้จำกัด เนื่องจากบริษัทปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วนอยู่แล้ว และเราไม่คาดว่าจะมีการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ย MHP จากระดับปัจจุบัน 23% ลงอีก ในทางกลับกัน เราคาดว่าการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น จะนำไปสู่การรวมอุตสาหกรรมในระยะยาว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เล่นรายใหญ่ เช่น SAWAD
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
