Company Equity 5 Feb 2026, 06:32

SJWD (BUY) – การบริหารต้นทุนหนุนการเติบโต – Target Price Bt11.60, Price Bt7.20


แม้เศรษฐกิจจะอ่อนแอ แต่เราคาดว่ากำไรของ SJWD จะยังคงเติบโตในระดับเลขสองหลักที่ 12/19% ในปี 2026–27F หนุนโดยการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ราคาหุ้นได้ถูก de-rated ลงมาอย่างมากสู่ระดับ 11 เท่า PE แล้ว เราจึงแนะนำ “ซื้อ” SJWD

แนวโน้มเติบโตในระดับเลขสองหลัก; แนะนำ “ซื้อ”

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SJWD ราคาเป้าหมายปี 2026F ที่ 11.6 บาท (จาก 11.5 บาท) เนื่องจาก 1) แม้เศรษฐกิจยังอ่อนแอ แต่เราคาดว่า EPS จะเติบโต 12/19% ในปี 2026–27F 2) การเติบโตไม่เพียงแต่จะมาจากรายได้เท่านั้น แต่ยังมาจากการบริหารต้นทุนด้วย โดยหลังการควบรวมกิจการในปี 2023 บริษัทยังมีโอกาสได้ประโยชน์จาก synergy ด้านต้นทุนด้วย 3) เรามองว่า SJWD เป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์ในระยะยาวจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เนื่องจากท้ายที่สุดแล้ว FDI จะช่วยหนุนปริมาณการค้าส่งออก–นำเข้า ซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัทลจิสติกส์ 4) ราคาหุ้น SJWD ได้รับการ de-rated มาแล้ว และในฐานะผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์ เรามองว่าหุ้นน่าสนใจที่ 11 เท่า 2026F PE

ประสิทธิภาพด้านต้นทุนเพิ่มขึ้นหลังการควบรวมกิจการ  

ภายหลังการควบรวมกิจการกับ SCG Logistics ใน 1Q23 กำไรจากการดำเนินงานหลักของ SJWD เพิ่มขึ้นจาก 535 ลบ. ก่อนควบรวมในปี 2022 มาอยู่ในระดับทรงตัวที่ 778–788 ลบ. ในปี 2023-24 ส่วนปี 2025F คาดว่าจะเติบโตแข็งแกร่งถึง 38% หนุนโดยการปรับโครงสร้างต้นทุน และ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำไรจะเติบโต 12/19% ในปี 2026-27F นอกจากอัตราการดำเนินงานเต็มปีที่สูงของการขยายธุรกิจห้องเย็นในปีก่อน และการเติบโตตามปกติของธุรกิจอื่น ๆ แล้ว แผนการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนหลังการควบรวม ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไร โดย SJWD มีโครงการปรับปรุงระบบ IT และกระบวนการทำงานหลายด้าน รวมถึงการลดระบบที่ซ้ำซ้อนเพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เราคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานจะปรับเพิ่มจาก 4.4% ในปี 2024 เป็น 5.5/6.1/6.8% ในปี 2025-27F

ความต้องการด้านโลจิสติกส์ในปัจจุบันอ่อนตัวลง

เราคาดว่ารายได้จะเติบโตเพียง 1-3% ในปี 2026-27F เมื่อพิจารณาตามกลุ่มธุรกิจ การบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีกำไรสูง (23% ของ EBIT และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม) เป็นจุดเด่น เติบโต 6-7% ต่อปี เนื่องจากการขยายตัวของคลังสินค้าแช่เย็น ส่วนธุรกิจลานจอดและโลจิสติกส์ยานยนต์กำลังเผชิญกับอุปสรรคใหม่จากการหมดอายุของมาตรการจูงใจด้านแพ็กเกจรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งอาจทำให้ความต้องการรถยนต์ในประเทศลดลง ความต้องการด้านวัสดุก่อสร้างและการขนส่งสินค้าอื่นๆ อ่อนตัวลงเช่นกันเนื่องจากเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะกลับสู่ภาวะปกติในปี 2026F เนื่องจากยอดขายที่ดินในกัมพูชาลดลง เรายังไม่รวม upside จากการขยายธุรกิจไปต่างประเทศหรือการทำ M&A ในประมาณการ

FDI คือผลประโยชน์ระยะยาว

เราคาดว่าธุรกิจคลังสินค้า การขนส่ง และโลจิสติกส์อื่นๆ ของ SJWD จะได้ประโยชน์ในระยะยาวจากกระแส FDI ที่กำลังเฟื่องฟูในปัจจุบัน มูลค่าการยื่นขออนุมัติจาก BOI เพิ่มขึ้นจาก 0.6 ล้านลบ. ในปี 2021 เป็น 1.9 ล้านลบ. ในปี 2025 เป้าหมายสุดท้ายของการยื่นขออนุมัติเหล่านี้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคือการเพิ่มปริมาณการค้าส่งออกและนำเข้าของประเทศ ซึ่งเป็นการสนับสนุนแนวโน้มการเติบโตของกำไรในระยะยาวของเราที่ 15% ต่อปีในปี 2028-30F

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version