CK (BUY) – เป็นอีกรายที่ได้รับประโยชน์ – Target Price Bt23.00, Price Bt17.70
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” CK โดยมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากวัฏจักรการก่อสร้างรอบใหม่ของไทย ซึ่งคาดว่าจะขับเคลื่อนโดยการเปิดประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่จากรัฐบาลชุดใหม่ นอกจากนี้ เรายังมองว่าหุ้นมีมูลค่าไม่แพงที่ 11 เท่า 2026F PE และ 1 เท่า P/BV
ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 23 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เนื่องจากผลการดำเนินงานปี 2025 ที่แข็งแกร่งกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026-28F ของ CK ขึ้น 23–26% และปรับเพิ่มประมาณการระยะยาวขึ้นอีก 12–18% ราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ของเราจึงปรับขึ้นเป็น 23 บาท/หุ้น จากเดิม 21 บาท โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” 1) เรามองว่า CK เป็นหนึ่งในหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากวัฏจักรการก่อสร้างรอบใหม่ของไทย ซึ่งขับเคลื่อนโดยการนำโครงการโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 6.76 แสนลบ. กลับมาเดินหน้าอีกครั้งโดยรัฐบาลชุดใหม่ 2) ด้วยมีงานในมือในระดับสูง และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม เราจึงคาดว่ากำไรของบริษัทจะเติบโต 5/7/11% y-y ในปี 2026-28F 3) CK มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ลดลง หลังจากคู่แข่งรายสำคัญอย่าง ITD เผชิญความท้าทายด้านงานก่อสร้างและฐานะการเงินอย่างมีนัยสำคัญ และ 4) เรายังมองว่าหุ้นมีมูลค่าไม่แพง ซื้อขายที่เพียง 1 เท่า P/BV และ 11 เท่า PE ในปี 2026F
วัฏจักรการก่อสร้างรอบใหม่ของไทย
เราคาดว่าการเปิดประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่จะเริ่มขึ้นในช่วงปลายปีนี้ หลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใน 2Q26 โดยโครงการหลักประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 2 มูลค่า 2.35 แสนลบ. โครงการรถไฟทางคู่ 2.85 แสนลบ. โครงการมอเตอร์เวย์ 8.4 หมื่นลบ. โครงการสนามบิน 7.2 หมื่นลบ. นอกจากนี้ เรายังเห็นโอกาสงานที่มีศักยภาพสูงเพิ่มเติมสำหรับ CK ได้แก่ งานระบบ M&E สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ 2.7 หมื่นลบ. และงานก่อสร้างทางด่วนสองชั้น มูลค่า 3.5 หมื่นลบ. เนื่องจากรัฐบาลมีแนวโน้มเจรจากับบมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ซึ่ง CK ถือหุ้นอยู่ 42% เพื่อให้เป็นผู้ก่อสร้างและบริหารโครงการทั้งสอง เราคาดว่า BEM จะจ้างช่วงงานก่อสร้างให้ CK ในปี 2027F ดังนั้น เราจึงคาดว่ามูลค่างานใหม่ของ CK จะอยู่ที่ 4.3/5.5/3.0 หมื่นลบ. ในปี 2026-28F
แนวโน้มกำไร
เราคาดว่ากำไรของ CK จะเติบโต 5/7/11% y-y ในปี 2026–28F โดยมีปัจจัยหลักดังนี้ 1) รายได้เติบโต 3/4/8% y-y ในปี 2026–28F จากงานในมือปัจจุบันที่ 1.66 แสนลบ. (3.6 เท่าของรายได้) รวมถึงโอกาสได้งานใหม่เพิ่มเติม 2) อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ราว 8.3% (เทียบกับ 8.3% ในปี 2025) ส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลจากบริษัทร่วมอยู่ที่ราว 2.6–2.8 พันลบ. ต่อปี จากบริษัทที่ CK เข้าไปลงทุน ได้แก่ BEM, CKP ซึ่ง CK ถือหุ้น 30% และ TTW ซึ่ง CK ถือหุ้น 19%
การซ่อมแซมรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้รับความคุ้มครองจากประกันภัย
เรามีความกังวลลดลงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่เกี่ยวกับเหตุอุโมงค์โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ถล่ม ซึ่งกิจการร่วมค้า CKST Joint Venture ที่ CK ถือหุ้นอยู่ 55% เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ทั้งนี้ CEO กลุ่ม CK คือ คุณพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุลคาดว่าค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมส่วนใหญ่จะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัย ด้วยเหตุนี้ เขาจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้จะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ประมาณ 7–8%
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
