Company Equity 5 Mar 2026, 22:20

STECON (BUY) – แนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น  – Target Price Bt16.00, Price Bt12.70


STECON มีกำไรปี 2025 ดีกว่าคาด ทำให้เราปรับกำไรและราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 16 บาท เรามองว่า STECON เป็นหุ้นเด่นที่สุดในรอบการลงทุนก่อสร้างใหม่ ซึ่งได้แรงหนุนจากการเปิดประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่ และ FDI ที่เฟื้องฟู และมูลค่ายังน่าสนใจที่ 13 เท่า 2026F PE

ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 16 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”

ด้วยกำไรปี 2025 ดีกว่าคาด เป้าหมายของผู้บริหารที่ตั้งรายได้แตะ 4.5  หมื่นลบ. ภายในปี 2030F และรายได้เงินปันผลพิเศษจากการถือหุ้น 1.5% ในบมจ. กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF “ซื้อ”) เราจึงปรับเพิ่มกำไรของ STECON ขึ้น 31/3/6% y-y ในปี 2026-28F และ 8-15% ในระยะยาว นอกจากนี้ด้วยนักวิเคราะห์กลุ่มสาธารณูปโภคของเราปรับราคาเป้าหมายของ GULF ขึ้นเป็น 65 บาท เราจึงปรับราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ขึ้นเป็น 16 บาท/หุ้น (จาก 11 บาท) และยังคงแนะนำ “ซื้อ” STECON  1)  เรามองว่า STECON เป็นหุ้นดีที่สุดสำหรับรอบการก่อสร้างใหม่ของไทย เนื่องจากมีการเข้าถึงทุกนโยบายหลัก ทั้งโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ดาต้าเซ็นเตอร์ และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 2) มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่มีความรุนแรงลดลง เนื่องจากคู่แข่งรายสำคัญอย่างบมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์  (ITD) เผชิญความท้าทายทั้งด้านงานก่อสร้างและฐานะทางการเงิน 3) มูลค่ายังน่าสนใจในการเติบโตรอบใหม่ ซื้อขายที่เพียง 1.1 เท่า P/BV และ 13 เท่า PE ในปี 2026F

คาดกำไรเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 18%

เราคาดว่ากำไรของ STECON จะเติบโต 57/-11/17% y-y ในปี 2026-28F หนุนโดย 1) รายได้เติบโต 6/7/7% y-y ในปี 2026-28F จากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ 9.6 หมื่นลบ. และงานใหม่ 4.8/4.5/4.5 หมื่นลบ. 2) อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 7.3% 3) ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนลดลง ซึ่งมาจากการไม่มีผลขาดทุนเต็มปีจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง เนื่องจากกำไรของโครงการดังกล่าวจะถูกรับรู้ในรูปเงินปันผลแทนการรับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากเงินลงทุน และ 4) รายได้เงินปันผลจาก GULF โดยเฉพาะในปีนี้ที่บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ 3.25 บาท/หุ้น (เทียบกับปีละ 1.1-1.3 บาท) ทั้งนี้ หากไม่รวมรายได้เงินปันผลพิเศษ เราคาดว่ากำไรจะเติบโต 19/18/17% y-y ในปี 2026-28F

มีการเข้าถึงทุกกลุ่มธุรกิจที่กำลังเติบโตสูง

STECON อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบครอบคลุมทุกกลุ่มการลงทุนหลักในรอบนี้ โดยเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาจำนวนจำกัดที่มีสิทธิ์ประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐมูลค่า 6.76 แสนลบ. นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเป็นผู้รับเหมาที่ผ่านคุณสมบัติสำหรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ของผู้ให้บริการไฮเปอร์สเกลระดับโลกชั้นนำ ซึ่งช่วยหนุนโอกาสการได้งานเพิ่มเติมจากโครงการในอนาคต มูลค่าสูงสุดถึง 1 ล้านลบ. อ้างอิงจากคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ในฐานะผู้ถือหุ้น STECON ยังมีโอกาสได้งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจาก GULF ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับสัดส่วนโครงการพลังงานทดแทนของภาครัฐส่วนใหญ่ มูลค่ารวม 3.62 แสนลบ. ในปี 2023

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้

เราคาดว่าต้นทุนน้ำมันคิดเป็นสัดส่วน 5-10% ของต้นทุนรวมของ STECON แม้ล่าสุดราคาน้ำมันจะปรับขึ้น แต่ผู้บริหารเชื่อว่าผลกระทบยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ ผ่านกลไกการปรับราคาตามสูตรค่า K สำหรับโครงการภาครัฐ และการเจรจาปรับราคากับลูกค้าโครงการภาคเอกชน บริษัทฯ ยังคงตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมในปีนี้ในระดับมากกว่า 7%

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version