Company Equity 9 Mar 2026, 19:04

KTB (BUY) – ปัจจัยพื้นฐานดีขึ้น –Target Price Bt41.00, Price Bt33.25


KTB ยังคงเป็นหุ้น Top Pick และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 41 บาท ความเชื่อมั่นของเราเกิดจาก ROE ที่เหนือกว่า (สูงกว่า 10% ต่อเนื่อง) สัดส่วนสินเชื่อคุณภาพสูง และนโยบายการคืนเงินทุนที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ KTB เป็นหนึ่งในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจที่สุดในกลุ่มนี้

มีปัจจัยหลายประการหนุนการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้น; “ซื้อ”

เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากเราเห็นปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายประการที่หนุนมูลค่าที่สูงขึ้น 1) การเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารเงินทุนควรนำไปสู่ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงอย่างยั่งยืนที่ 6.6–8.1% ในปี 2026–28F 2) การปล่อยสินเชื่อภาครัฐที่มากขึ้นได้เสริมสร้างคุณภาพสินทรัพย์ โดยมีอัตราส่วน  NPL ต่ำกว่าธนาคารคู่แข่งกว่าสองปีที่ผ่านมา และมีอัตราส่วน coverage ratio สูงเป็นอันดับสองของกลุ่มฯ 3) กว่า 7 ปีที่ต่ำกว่า 10% ROE ได้ฟื้นตัวขึ้นเหนือ 10% ในปี 2024–25 และเราเชื่อว่า KTB อาจเป็นธนาคารขนาดใหญ่ของไทยเพียงแห่งเดียวที่สามารถรักษา ROE ที่มากกว่า 10% ได้ในปี 2026–28F และ 4) เราคาดว่าการเติบโตของกำไรจะแข็งแกร่งขึ้น โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 4% ในปี 2026-28F เทียบกับของกลุ่มฯ ที่ 2% เราปรับคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ขึ้นเป็น 41 บาท จาก 35 บาท หลังให้สมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้น และปรับกำไรสุทธิปี 2026-28F ขึ้น 2-11% ต่อปี จาก credit cost ที่ลดลง

อัตราการจ่ายเงินปันผลสูงอย่างยั่งยืน

เราคาดว่า KTB จะรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลหลักไว้ที่ 65–70% ในปี 2026–28F (จากเดิมที่คาดไว้ที่ 58–60%) ซึ่งหมายถึงอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 6.6–8.1% ธนาคารได้เปลี่ยนจากกลยุทธ์การสะสมทุนไปสู่กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นผู้ถือหุ้นมากขึ้นตั้งแต่ปี 2024 หนุนโดยสัดส่วนสินเชื่อภาครัฐที่มีความเสี่ยงต่ำ (20% ของสินเชื่อ) ซึ่งใช้เงินทุนน้อยกว่า และอัตราส่วน CET1 ที่แข็งแกร่งราว 19% ซึ่งเป็นกันชนที่เพียงพอสำหรับการรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลที่สูง

การปรับ Credit cost ให้เป็นปกติช่วยชดเชยแรงกดดันด้าน NIM

เราเชื่อว่า NIM เพียงอย่างเดียวนั้นประเมินความสามารถในการทำกำไรของ KTB ต่ำเกินไป ในวัฏจักรของการปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องมากกว่าคืออัตรากำไรสุทธิ (NIM ลบด้วย credit cost) แม้ว่าเราคาดว่า NIM จะลดลง 35bps y-y ในปี 2026F เนื่องจากผลกระทบเต็มที่ของการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่น่าจะได้รับการชดเชยด้วยการลดลงของ credit cost 34bps y-y เหลือ 80bps ดังนั้น เราคาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะทรงตัวที่ราว 1.68% การลดลงของ credit cost ได้แรงหนุนจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น และ coverage ratio ที่แข็งแกร่งกว่า 200% ดังนั้น เราจึงคาดว่ากำไรสุทธิของ KTB ในปี 2026F จะลดลงเพียง 3% y-y เทียบกับการลดลง 5% y-y ของกลุ่มฯ

Virtual bank – ขยายระบบดิจิทัล

Virtual bank ของ KTB (เริ่มดำเนินการใน 2H26) ร่วมกับ ADVANC และ OR ช่วยให้ธนาคารเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน ซึ่งรูปแบบธนาคารแบบดั้งเดิมเข้าถึงได้ยาก โดยการใช้ข้อมูลโทรคมนาคมและข้อมูลการบริโภค KTB สามารถเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ดีขึ้น การประเมินสินเชื่อได้ดีขึ้น และดึงดูดลูกค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสในการสร้างรายได้จากความสัมพันธ์กับลูกค้าในรูปแบบอื่นนอกเหนือจากสินเชื่อในระยะยาว แม้ว่าผลกำไรอาจยังไม่มากนักในช่วง 2-3 ปีแรก แต่โครงการนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านดิจิทัลของ KTB ในระยะยาวและเพิ่มโอกาสการเติบโต

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version