Company Equity 31 Mar 2026, 06:57

RATCH (BUY) – ปันผลสูงสม่ำเสมอ – Target Price Bt35.00, Price Bt29.75


เรายังแนะนำ “ซื้อ” RATCH ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทสาธารณูปโภคไทยไม่กี่รายที่มีความเสี่ยงต่ำจากความผันผวนของราคาพลังงานในปัจจุบัน และอัตราตอบแทนปันผลสูงที่ 5.4% เรามองโอกาสเปลี่ยนโรงไฟฟ้า IPP ที่จะหมดอายุไปผลิตไฟฟ้าให้ดาต้าเซ็นเตอร์เป็น upside ต่อราคาเป้าหมายที่ 35 บาท

แนะนำ “ซื้อ” เพื่ออัตราผลตอบแทนปันผลที่ยั่งยืน

เรายังแนะนำ “ซื้อ” RATCH ด้วย 3 เหตุผลหลัก 1) เราคาดการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่มีความกระจายตัวสูงของบริษัทจะทำให้ผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกในระยะสั้นต่อกำไรนั้นจำกัด 2) เราคาดกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในต่างประเทศของ RATCH ที่จะเพิ่มขึ้นจาก 1.7GW ในปี 2025 เป็น 2.7GW ในปี 2030F จะหนุนให้ EPS เติบโต 9/14/4% ในปี 2026–28F และอัตราตอบแทนปันผลยังน่าสนใจที่ 5.4% และ 3) เรามองว่ามี upside ต่อประมาณการจากโอกาสในการยืดการดำเนินงานโรงไฟฟ้าก๊าซราชบุรี (RG) ขนาดกำลังการผลิต 2.2GW ออกไปหลังสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) หมดอายุใน 2Q27 เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 35 บาท (จาก 32 บาท) หลังปรับมาใช้ปีฐาน 2026F

ผลกระทบจากราคาพลังงานมีจำกัด

การลงทุนในธุรกิจการผลิตไฟฟ้าของ RATCH ได้รับผลกระทบที่จำกัดจากความผันผวนราคาพลังงานโลกจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง เนื่องจากโรงไฟฟ้า IPP ในไทยรวมกำลังการผลิต 4.3GW (53% ของกำลังการผลิตที่ดำเนินงานแล้ว) และโรงไฟฟ้าถ่านหินในอินโดนีเซีย 0.6GW (8%) ดำเนินงานภายใต้สัญญาที่ส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงไปยังภาครัฐได้ทั้งหมด โดยมีโอกาสที่อัตรากำไรในออสเตรเลียจะสูงขึ้นเนื่องจากมีโรงไฟฟ้าก๊าซ 0.7GW (9%) ที่ใช้ก๊าซในประเทศบนราคาต้นทุนที่มีเพดานโดยภาครัฐ ในขณะที่โครงการพลังงานทดแทน 0.9GW (11%) ได้ประโยชน์จากราคาไฟฟ้าในตลาดที่สูงขึ้น และมีกำลังการผลิต 0.7GW (9%) จากพลังงานทดแทนและพลังน้ำที่กระจายตัวในเอเชียและไม่มีความเสี่ยงต้นทุนเชื้อเพลิง ทำให้เหลือเพียง 10% ของกำลังการผลิตเท่านั้นที่มีความเสี่ยงอัตรากำไรจะหดตัวลง

การขยายกำลังการผลิตพลังงานทดแทนในต่างประเทศ

กำลังการผลิตที่ดำเนินงานแล้วของ RATCH มีแนวโน้มลดลงจาก 9.4GW ในปี 2025 เหลือ 7.0GW ในปี 2030F ซึ่งมาจากการหมดอายุสัญญา IPP ของโครงการ RG ขนาดกำลังการผลิตรวม 3.6 GW ในช่วงปี 2025–27F แต่ทั้งนี้โครงการ IPP จะสร้างผลกำไรค่อนข้างต่ำในช่วงปลายอายุโครงการ โดยหากเราไม่รวมโครงการ RG จะได้ว่ากำลังการผลิตของ RATCH มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 6.0GW ในปี 2025 เป็น 7.0GW ในปี 2030F จาก 1) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในออสเตรเลีย 152MW และ 252MW และ 2) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในฟิลิปปินส์ 74MW และ 440MW รวมกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจะหนุนให้กำไรเติบโต 9% ต่อปี ในช่วงปี 2026–28F และอัตราผลตอบแทนปันผลยังสูงต่อเนื่องที่ 5.4%

มูลค่าที่ซ่อนอยู่ของโครงการ RG

ประมาณการของเราอยู่บนสมมติฐานว่าโครงการ RG จะหยุดดำเนินงานเมื่อสัญญากับ EGAT หมดอายุในเดือน พ.ค. 2027 แต่เรามองว่ามี upside จาก 1) EGAT อาจต่ออายุสัญญาเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางสภาวะกังหันก๊าซผลิตไฟฟ้าขาดแคลนในตลาดโลก หรือ 2) RATCH อาจปรับปรุงโครงการไปผลิตไฟฟ้าให้โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่จะพัฒนาขึ้นบนบริเวณใกล้เคียงในอนาคต อีกทั้ง RATCH ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ RG เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นด้านเทคโนโลยี ด้วยประโยชน์จากจุดแข็งของการเป็นหนึ่งในพื้นที่เพียงไม่กี่แห่งในภาคตะวันตกที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและไฟฟ้าพร้อมใช้งาน ปัจจัยบวกทั้งหมดนี้เป็นความเสี่ยงทางบวกต่อราคาเป้าหมายของเรา

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version