IVL (SELL) – การประกาศควบรวมกิจการด้านบรรจุภัณฑ์ – Target Price Bt14.00, Price Bt24.80
- การเข้าจดทะเบียนของ Indovida ผ่าน EPL
- ขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์; ช่วยให้ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น
- มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับบริษัทในกลุ่มเดียวกัน
- คงคำแนะนำ “ขาย” เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปแล้ว
News Update
- IVL มีแผนควบรวม Indovida India เข้ากับ EPL เพื่อให้ Indovida สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอินเดียได้ เรามองว่าดีลดังกล่าวมีผลบวกในระดับปานกลาง โดยช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจบรรจุภัณฑ์และฐานะทางการเงิน แม้อยู่ที่มูลค่าที่สูงกว่าดีลก่อนหน้าของ EPL และอาจก่อให้เกิด earnings dilution ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ “ขาย” เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นล่าสุดได้สะท้อนปัจจัยบวกระยะสั้นจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน–สหรัฐฯ ไปแล้ว
- ภาพรวมของธุรกรรม: IVL จะควบรวม Indovida (ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ชนิดแข็ง) เข้ากับ EPL (บริษัทบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่นที่จดทะเบียนในอินเดีย) ซึ่งปัจจุบัน IVL ถือหุ้นอยู่ 24.9% EPL จะออกหุ้นใหม่ให้กับ IVL (ผ่าน Indorama Netherlands) ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ IVL เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 51.8% ขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นใน Indovida จะลดลงจาก 100% เหลือ 51.8% ดีลนี้เป็นแบบไม่ใช้เงินสด (cash-neutral) มีมูลค่าประมาณ 62.6 พันล้านรูปีอินเดีย (ประมาณ 23.8 พันลบ.) และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในประมาณ 12 เดือน โดยขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- มูลค่า: อยู่ที่ประมาณ 12.5 เท่า ของ EV/EBITDA ซึ่งสูงกว่าระดับที่ IVL เข้าลงทุนใน EPL ครั้งแรกที่ประมาณ 9 เท่า (ในปี 2025) แต่โดยรวมยังสอดคล้องกับบริษัทบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่นระดับโลกในกลุ่มเดียวกัน (ประมาณ 12 เท่า)
- การควบรวมกิจการนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ (downstream) ของ IVL และเพิ่มการมีอยู่ในตลาดอินเดีย พร้อมทั้งขยายทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์และการเข้าถึงตลาดในเชิงภูมิศาสตร์ EPL มุ่งเน้นบรรจุภัณฑ์หลอดลามิเนตสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) และเวชภัณฑ์ ขณะที่ Indovida จะเข้ามาเติมเต็มด้วยบรรจุภัณฑ์ PET ชนิดแข็ง (เช่น ขวด พรีฟอร์ม และฝาปิด) ทำให้เกิดแพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น
- ผลกระทบทางการเงิน: เราคาดว่าจะมีการลดลงของกำไรสุทธิเล็กน้อยประมาณ US$5–10m อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารคาดว่าจะมีการเพิ่มขึ้นของ EBITDA ประมาณ 10% จากการรวมงบของ EPL และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.5 เท่า (จาก 1.8 เท่า) นอกจากนี้ จะมีการรับรู้กำไรพิเศษ (one-off gain) ประมาณ US$600m ซึ่งส่วนใหญ่จะบันทึกในส่วนของผู้ถือหุ้น (กำไรสะสม) มากกว่าที่จะแสดงในงบกำไรขาดทุน (P&L)
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
