Company Equity 21 Apr 2026, 07:33

PTT (BUY) – ให้อัตราผลตอบแทนสูง –  Target Price Bt43.00, Price Bt34.75


เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” PTT จากอัตราผลตอบแทนปันผลที่สูง 7.2/6.6% ในปี 2026–27F และการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ จากผลกระทบเชิงบวกสุทธิที่ยังคงอยู่จากสงครามตะวันออกกลาง เราปรับเพิ่มมูลค่า SOTP ของ PTT เป็น 43 บาท (จาก 40 บาท)

อัตราผลตอบแทนปันผลสูงและแรงหนุนจากบริษัทในเครือ; แนะนำ “ซื้อ”

บทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์กลุ่มพลังงาน – “มองข้ามความขัดแย้ง” วันที่ 20 เมษายน 2026 เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” PTT โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย เป็น 43 บาท (จาก 40 บาท) 1) เรายังคงมองว่า PTT เป็นหุ้นแข็งแกร่ง และให้อัตรา ผลตอบแทนปันผลสูงที่ 7.2/6.6% ในปี 2026–27F 2) สงครามตะวันออกกลาง ผ่าน risk premium และความเสียหายของสินทรัพย์พลังงาน คาดว่าจะทำให้ราคาพลังงานและสเปรดผลิตภัณฑ์สูงกว่าระดับก่อนสงคราม ซึ่งเป็นผลบวกต่อ PTT โดยเราได้ปรับเพิ่มกำไรของ PTT ขึ้น 23% ในปี 2026F เพื่อสะท้อนปัจจัยนี้ 3) ความเสี่ยงด้านนโยบายยังคงมีอยู่ แต่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤตราคาก๊าซจากสงครามรัสเซีย–ยูเครนในปี 2022 และ 4) มูลค่าหุ้นยังไม่แพง ซื้อขายที่ P/BV 0.8 เท่า เทียบกับ ROE 7.7% และ PE 10.7 เท่า ในปี 2027F ซึ่งเป็นปีที่คาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ

ความเสี่ยงด้านนโยบายอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

ก๊าซ LNG นำเข้าคิดเป็น 30% ของโครงสร้างก๊าซรวม (pool gas) ของไทย โดยราคาที่สูงขึ้นของ LNG จะทำให้ต้นทุน pool gas เพิ่มขึ้น และส่งผลให้ค่าไฟฟ้าปรับสูงขึ้นตาม ในบางช่วงอาจมีแรงกดดันต่อ PTT ให้ช่วยอุดหนุนผ่านการลดต้นทุน pool gas เพื่อไม่ให้ค่าไฟปรับขึ้นมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงสงครามตะวันออกกลาง ความเสี่ยงด้านการอุดหนุนต่ำกว่าปี 2022 อย่างมีนัยสำคัญ ราคาก๊าซ LNG ปัจจุบันที่ US$17/mmbtu ยังต่ำกว่าช่วงพุ่งสูงในปี 2022 ที่ US$70/mmbtu มาก อีกทั้ง การผลิตก๊าซในประเทศจากแหล่งบงกช และเอราวัณ (G1/G2) เพิ่มขึ้น 29% จากปี 2022 เป็น 1,542 mmscfd ในปี 2026 เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานราคาก๊าซ LNG เป็น US$16/13/10 ต่อ mmbtu ในปี 2026–28F (จากเดิม 11/10.5/10.5) เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านอุปทานที่หยุดชะงัก

กำไรเติบโตในทุกธุรกิจหลัก

PTT เป็นผู้ได้ประโยชน์สุทธิจากสงครามตะวันออกกลาง แม้ว่าสงครามจะเริ่มผ่อนคลาย แต่เราคาดว่าราคาพลังงานและสเปรดจะยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าก่อนสงคราม จาก risk premium ที่เพิ่มขึ้น และความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน/สินทรัพย์ที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู เราคาดว่า EPS จะเติบโตที่ 50/-10/17% ในปี 2026–28F แม้กำไรจะมีการปรับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่เราคาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 92/108 พันลบ. ในปี 2027–28F ซึ่งยังสูงกว่า 90 พันลบ. ในปี 2024–25 นอกจากสมมติฐานราคาน้ำมัน, GRM และ petrochemical spread ที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ (คิดเป็น 64% ของกำไรปี 2026F) แล้ว เรายังคาดว่ากำไรจากธุรกิจโรงแยกก๊าซจะเพิ่มขึ้น (จากการแบ่งปันกำไรปิโตรเคมีที่สูงขึ้น) และราคาขายก๊าซให้ภาคอุตสาหกรรมจะปรับสูงขึ้นอีกด้วย

คาดอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 7.2/6.6% ในปี 2026–27F

เราคาดว่า PTT จะจ่ายเงินปันผลที่ 2.5 บาทต่อหุ้นในปี 2026F บนอัตราการจ่ายปันผลที่ 64% เพิ่มขึ้นจาก 2.3 บาท หรืออัตราการจ่ายที่ 73% ในปี 2025 เราคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้นจะกลับสู่ระดับปกติที่ 2.3 บาท บนอัตราการจ่ายที่ 66% ในปี 2027–28F เราคาดว่า EBITDA ของ PTT อยู่ที่ 4.19/ 4.00 แสนลบ. ในปี 2026–27F และมีรายได้เงินปันผลจากบริษัทในเครือที่ 3.4/3.3 หมื่นลบ. ด้วยดอกเบี้ยจ่าย 4.2 หมื่นลบ. ต่อปี, งบลงทุน 1.80 แสนลบ. ต่อปี และเงินสด (ไม่รวมงบรวม) 1.12 แสนลบ. ในปี 2025 เรามองว่า PTT มีศักยภาพเพียงพอที่จะจ่ายเงินปันผล 2.3 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นประมาณ 6.6 หมื่นลบ. ต่อปี

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version