Company Equity 22 Apr 2026, 06:52

AOT (BUY) – ผู้โดยสารเติบโตแข็งแกร่ง–Target Price Bt62.00, Price Bt54.75


จำนวนผู้โดยสารของ AOT มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำ AOT เป็น “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 62 บาทต่อหุ้น เราคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ยที่ 22% ในปี FY26-28F และมองว่าปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นคือการปรับขึ้น PSC 53% ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026

ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ”

เราปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น AOT เป็น “ซื้อ” (จาก ขาย) 1) แม้จะมีสงครามในตะวันออกกลาง แต่การเติบโตของจำนวนผู้โดยสารยังคงแข็งแกร่งกว่าคาด หนุนโดยการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่แข็งแกร่ง และการเติบโตของผู้โดยสารชาวไทย ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มกำไรขึ้น 4–6% สำหรับปี FY27-28F เมื่อรวมการปรับมาใช้ปีฐานเป็นปี FY27F (สิ้นสุดเดือนกันยายน) ราคาเป้าหมายของเราจึงเพิ่มขึ้นเป็น 62 บาท/หุ้น (จาก 50 บาท) 2) เราคาดว่า EPS จะเติบโต 2/61/12% y-y ในปี FY26-28F โดยได้แรงหนุนหลักจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารระหว่างประเทศ (PSC) 53% ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2026 และ 3) ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 6% จากจุดสูงสุดในปีนี้ ทำให้มูลค่าหุ้นน่าสนใจมากขึ้น ซื้อขายที่ 25/23 เท่า PE ในปี FY27-28F

การเติบโตของผู้โดยสารแข็งแกร่ง

ฐานผู้โดยสารที่อยู่ในระดับสูง (ก่อนที่นักท่องเที่ยวจีนจะลดลงอย่างมากตั้งแต่เดือนก.พ. 2025 จากความกังวลด้านความปลอดภัย) ทำให้การเติบโตของผู้โดยสารระหว่างประเทศของ AOT ทรงตัวใน 4M26F (ต.ค. 2025 – ม.ค. 2026) จากนั้น การเติบโตกลับมาฟื้นตัวเป็น 6/9% y-y ในเดือนกุ.พ.-มี.ค. 2026 หนุนโดยการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของผู้โดยสารชาวจีน และการเติบโตต่อเนื่องของผู้โดยสารชาวไทย แม้จะมีความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่จำนวนผู้โดยสารยังคงเติบโต 2% y-y ในวันที่ 1–18 เม.ย. 2026 เนื่องจากการเติบโตของผู้โดยสารชาวจีนและชาวไทยสามารถชดเชยการลดลงของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปได้ อย่างไรก็ตามเราคาดว่าผลกระทบจากความขัดแย้ง โดยเฉพาะการปรับขึ้นราคาตั๋วเครื่องบิน 10–20% และการลดเที่ยวบินของสายการบิน จะยังคงกดดันความต้องการเดินทางใน 3QFY26F ดังนั้น เราจึงคาดว่าผู้โดยสารระหว่างประเทศจะเติบโต 2.5% y-y ในปี FY26F ก่อนปรับดีขึ้นเป็น 6/5% y-y ในปี FY2027-28F เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ฐานกำไรใหม่

AOT เตรียมได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารระหว่างประเทศ (PSC) 53% เป็น 1,120 บาท/คน จาก 730 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2026 ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบจากการปรับลดรายได้ประกันขั้นต่ำในสัญญาดิวตี้ฟรีฉบับแก้ไขที่เริ่มตั้งแต่เดือนต.ค. 2025 เราคาดว่าการปรับลดรายได้ประกันขั้นต่ำดังกล่าวจะทำให้รายได้สัมปทานของ AOT ลดลง 17% y-y ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อฐานรายได้ถูกปรับใหม่ในปีหน้า เราคาดว่ารายได้สัมปทานจะกลับมาเติบโต 8/7% y-y ในปี FY27-28F โดยรวม เราคาดว่า EPS ของ AOT จะเติบโต 2/61/12% y-y ในปี FY26-28F

ROE ทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีหน้า

เราคาดว่า ROE ของ AOT จะเพิ่มขึ้นเป็น 21% ในปี FY27F เทียบกับจุดสูงสุดก่อนโควิดที่ 17% ในปี 2019 และ 15% ในปี FY25 ทั้งนี้แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2019 ที่ 40 ล้านคน สาเหตุหลักมาจากการปรับขึ้น PSC ที่ส่งผลบวกมากกว่าผลกระทบจากการลดลงของรายได้ประกันขั้นต่ำในสัญญาดิวตี้ฟรี AOT ถือเป็นบริษัทที่สร้างเงินสดได้ดี โดยมี EBITDA อยู่ที่ราว 5.2-5.6 หมื่นลบ. ต่อปี ในปี FY27-28F (เทียบกับ 3.6 หมื่นลบ. ในปี FY19) และมี EBITDA margin มากกว่า 60% เราคาดว่า AOT จะยังคงอยู่ในสถานะเป็นบริษัทเงินสดสุทธิ โดย EBITDA เพียงพอรองรับแผนการลงทุนมูลค่า 2.21 แสนลบ. ใน 10 ปีข้างหน้า

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version