Company Equity 12 May 2026, 07:31

LH (SELL) – แนวโน้มซบเซา – Target Price Bt3.20, Price Bt3.60


อุปสงค์ที่อยู่อาศัยยังอ่อนแอ และ LH กำลังเน้นการระบายโครงการคงค้าง ซึ่งจะกดดันอัตรากำไร นอกจากนี้ การเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดลงยังส่งผลต่อตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทฯ แม้ให้อัตราผลตอบแทนปันผลที่ดีที่ 4.9% ในปี 2026F แต่ยังคงแนะนำ “ขาย” ด้วยมองว่าที่ 2026F PE ที่ 14 เท่า นั้นแพง

ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมาย คงคำแนะนำ “ขาย”

บทวิเคราะห์นี้เป็นการเปลี่ยนผู้ดูแลบทวิเคราะห์คนใหม่ โดยเรายังคงแนะนำ “ขาย” LH พร้อมปรับลดราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ลงเหลือ 3.2 บาท จากเดิม 3.5 บาท

ปัจจัยหลักมีดังนี้ 1) ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังคงอ่อนแอ และการเปิดตัวโครงการใหม่ที่น้อยลงกำลังกระทบต่อตำแหน่งทางการตลาดของ LH 2) การจัดโปรโมชั่นลดราคาอย่างต่อเนื่องเพื่อระบายสต็อกบ้าน รวมถึงการเปิดดำเนินงานของโรงแรมใหม่และโรงแรมที่กำลังจะเปิดเพิ่มเติม กำลังกดดันอัตรากำไร 3) หลังจากเราปรับลดประมาณการกำไรลงเฉลี่ย 4% ต่อปี ในปี 2026-28F เราคาดว่าการเติบโตของ EPS จะอ่อนแอที่ -2/+23/+3% ในปี 2026-28F โดยการเติบโตในปี 2027F จะได้แรงหนุนจากยอดขายคอนโด Wan Vayla ตั้งแต่ 4Q26F 4) เรามองว่า LH ยังคงแพงที่ 2026F PE ที่ 14 เท่า เทียบแนวโน้มกำไรที่อ่อนแอ แม้อัตราผลตอบแทนปันผลปี 2026-27F ที่ 4.8/5.8% จะอยู่ในระดับที่ดี แต่ยังไม่โดดเด่นมากนัก เราจึงแนะนำให้หันไปลงทุนในบมจ. เอพี (ไทยแลนด์) (AP แนะนำ “ซื้อ”) ซึ่งซื้อขายที่ 2026F PE ต่ำกว่าเพียง 5 เท่า และให้อัตราผลตอบแทนปันผลปี 2026-27F สูงกว่าที่ 7.1/8.1%

ตำแหน่งทางการตลาดอ่อนแอลง

LH กำลังเผชิญความท้าทายหลัก 3 ประการ ซึ่งทำให้ presales ลดลงจากจุดสูงสุดหลังโควิดที่ 3 หมื่นลบ. ในปี 2022 เหลือเพียง 1.4 หมื่นลบ. ในปี 2025 และทำให้ส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม 7 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนรายใหญ่ ลดลงจาก 16% เหลือ 9% 1) ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยรวมยังคงอ่อนแอมาก 2) LH ให้ความสำคัญกับการระบายโครงการคงค้างและลดภาระหนี้ ส่งผลให้การเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงอย่างมาก ด้วยมีสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดออกมาน้อยลง ตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทจึงอ่อนแอลง โดยปีนี้ LH มีแผนเปิดเพียง 2 โครงการแนวราบ มูลค่ารวม 3.7 พันลบ. ลดลงจาก 43/31/9 พันลบ. ในปี 2023-25 3) คู่แข่งหลายรายขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดบ้านแนวราบมากขึ้น ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น ด้วยปัจจัยดังกล่าว เราจึงปรับลดสมมติฐาน presales ลง 6% เหลือเฉลี่ย 1.2 หมื่นลบ. ต่อปี ในปี 2026-28F เทียบกับ 2.3/1.9/1.4 หมื่นลบ. ในปี 2023-25

แรงกดดันต่ออัตรากำไร

LH มีโครงการสร้างเสร็จรอขายราว 1.5 หมื่นลบ. และมีเป้าหมายเร่งระบายสต็อกดังกล่าว ซึ่งโดยทั่วไปการระบายโครงการคงค้างมักต้องใช้การลดราคา ซึ่งอาจเป็นจำนวนมากในตลาดที่อ่อนแอ สำหรับธุรกิจโรงแรม LH ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโรงแรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีโรงแรมเปิดใหม่ 2 แห่งในปี 2025 และมีอีก 2 แห่งที่มีกำหนดเปิดใน 4Q26 และปี 2028 อย่างไรก็ตาม โรงแรมใหม่ในช่วงเริ่มดำเนินงานมักมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานต่ำ เนื่องจากทั้งธุรกิจที่อยู่อาศัยและธุรกิจโรงแรมต่างเผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไร เราจึงคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานโดยรวมจะลดลงเหลือเพียง 5.7% ในปี 2026F จากระดับ 9.1/6.5% ในปี 2024-25

ปันผลต่อหุ้นลดลง

อัตราการจ่ายปันผลของ LH อยู่ที่ 80/70/80% ในปี 2023-25 เราคาดว่าอัตราการจ่ายปันผลจะอยู่ที่ 70% ในปี 2026-28F ช่วงรอบการลงทุน โดยมีโรงแรมใหม่สองแห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2026-28 จากการประมาณการกำไรสุทธิของเราที่ -3/+23/+2% ในปี 2026-28F เราคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้นจะลดลงจาก 0.32/0.25 บาท ในปี 2024-25 เหลือ 0.17/0.21/0.22 บาท ในปี 2026-28F

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version