Company Equity 20 May 2026, 07:20

CK (BUY) – ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง – Target Price Bt23.00, Price Bt17.40


เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” CK โดยมองว่าหุ้นมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และซื้อขายต่ำกว่าราคาเป้าหมาย 23 บาท/หุ้น ของเรา มูลค่าการลงทุนของ CK ในบริษัทร่วมทุนที่ 18 บาท/หุ้น นั้นสูงกว่าราคาหุ้นแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดไม่ได้ให้มูลค่ากับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่กำลังเติบโตของบริษัท

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23 บาท

บทวิเคราะห์นี่เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์กลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง – “อยู่ในช่วงการเติบโตรอบใหม่” วันที่ 19 พฤษภาคม 2026  เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” CK 1) เรามองว่า CK มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง โดยซื้อขายต่ำกว่าราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ของเราที่ 23 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นมูลค่าการลงทุนในบริษัทในเครือที่ 17.7 บาท/หุ้น สูงกว่าราคาหุ้นปัจจุบันของ CK นี่หมายความว่าตลาดไม่ได้ให้มูลค่ากับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของบริษัท ซึ่งเราเชื่อว่าไม่สมเหตุสมผล 2) CK เป็นหุ้นที่น่าลงทุนในรอบการก่อสร้างใหม่ของไทย เนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาไม่กี่รายที่มีคุณสมบัติในการเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลมูลค่า 7.75 แสนลบ. ในปี 2026-28F 3) เราเชื่อว่ากำไรจะเติบโตเฉลี่ยต่อปีในปี 2026-28F ที่ 7% โดยได้แรงหนุนจากการรับรู้รายได้จากงานในมือที่มีจำนวนมาก โครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่มีศักยภาพ และเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ

คาด EPS เติบโตเฉลี่ย 7% ต่อปีอย่างมั่นคง

เราคาด EPS ของ CK จะเติบโต 5/7/11% y-y ในปี 2026–28F โดยคาดรายได้จะเติบโต 4-8% y-y ในช่วงเดียวกัน หนุนโดยการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือที่มีจำนวนมากที่ 1.69 แสนลบ. ณ สิ้นปี 2025 (4 เท่าของรายได้ปี 2026F) นอกจากนี้ CK ยังมีโอกาสสูงที่จะได้รับงานก่อสร้างโครงการทางด่วนสองชั้น มูลค่า 3.5 หมื่นลบ. และงานติดตั้งระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ มูลค่า 2.7 หมื่นลบ. จากบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ซึ่ง CK ถือหุ้นอยู่ 42% นอกจานี้ เราคาดว่า CK จะได้รับส่วนแบ่งงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐมูลค่ารวม 7.75 แสนลบ. ที่มีแผนเปิดประมูลในปี 2026–28F ผู้บริหารไม่ได้กังวลมากนักต่อการปรับขึ้นล่าสุดของราคาวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากบริษัทได้ทยอยกักตุนวัสดุก่อสร้างไว้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่าน ดังนั้น เราจึงยังคงสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ 8.3% ในช่วงปี 2026–28F (8.0% ใน 1Q26) เช่นเดิม

รายได้ที่มั่นคงจากบริษัทร่วม

CK ได้กระจายธุรกิจเข้าสู่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างรายได้ประจำ โดยลงทุนใน BEM, TTW ซึ่งถือหุ้น 19% และบมจ. ซีเค พาวเวอร์ (CKP) ซึ่งถือหุ้น 30%บริษัทร่วมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างรายได้เงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรให้ CK ราว 2.6–2.8 พันลบ. ต่อปี ในปี 2026–28F เท่านั้น แต่ยังสร้างโอกาสรับงานก่อสร้างใหม่ให้กับ CK ผ่านโครงการใหม่ ๆ ของบริษัทเหล่านี้อีกด้วย ปัจจุบัน BEM อยู่ระหว่างเจรจากับภาครัฐเพื่อรับสิทธิบริหารโครงการทางด่วนสองชั้น และรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้

การลดภาระหนี้ (Debt deleveraging)

กระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้นของ CK รวมถึงการได้รับชำระคืนหนี้จากบริษัทร่วม ช่วยสนับสนุนการลดภาระหนี้ของบริษัท ส่งผลให้อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนลดลงจาก 1.7 เท่า ในปี 2024 เหลือ 1 เท่า ณ สิ้น 1Q26 เมื่อพิจารณาร่วมกับเงื่อนไขทางการเงินของหุ้นกู้ (debenture covenant) ที่กำหนดไว้ที่ 3 เท่า และมูลค่าพอร์ตเงินลงทุนที่สูงถึง 4.6 หมื่นลบ. ตามราคาตลาดปัจจุบัน เราเชื่อว่าความเสี่ยงด้านการเพิ่มทุน (cash call) และสภาพคล่อง ไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวลอีกต่อไป

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version