Company Equity 22 May 2026, 07:57

CPALL (BUY) – ยังคงให้ความระมัดระวังในระยะสั้น – Target Price Bt60.00, Price Bt46.75


  • กำไร 1Q26 ออกมาดีกว่าคาด แต่ยังมีความกังวลต่อผลกำไรใน 2Q26F
  • โครงการคนละครึ่ง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับสงคราม เป็นปัจจัยลบต่อกำไร
  • การขยายตัวของอัตรากำไรเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเชิงโครงสร้าง
  • ยังไม่มีความเห็นใหม่เกี่ยวกับรวมธุรกิจ

Analyst Meeting

  • CPALL จัดการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ โดยบริษัทชี้แจงว่า กำไร 1Q26 ที่ออกมาดีกว่าคาด (กำไรเติบโต 20% y-y และ 25% q-q) มีสาเหตุหลักจากกการขยายตัวของอัตรากำไรจากความสำเร็จในการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะ อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) และ เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (Ready-to-Drink) การควบคุม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิด Positive Operating Leverage CPALL เชื่อว่ากลยุทธ์ที่มุ่งเน้นกลุ่ม อาหารและเครื่องดื่ม ยังคงเป็นแนวทางที่ถูกต้องในเชิงโครงสร้างสำหรับการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 2Q-3Q26F อาจเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น อยู่บ้าง
  • ใน 2Q26F อุปสงค์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่ดี โดยเราประเมินว่า ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ CPALL จะเติบโตมากกว่า 1% เทียบกับ 1.9% ใน 1Q26 อย่างไรก็ตาม CPALL แสดงความกังวลว่า ยอดขายของร้านสะดวกซื้อ Seven-Eleven อาจเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น หลังจากรัฐบาลเริ่มใช้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คนละครึ่งใหม่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งผู้บริโภคจะชำระค่าสินค้าเพียงบางส่วน ขณะที่รัฐบาลสนับสนุนส่วนที่เหลือ ภายใต้มาตรการดังกล่าว กำลังซื้อของผู้บริโภคอาจย้ายไปยังร้านค้าปลีกดั้งเดิม (Traditional Trade) ขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการได้ ขณะที่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ อาทิเช่น Seven-Eleven ของ CPALL ไม่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ส่งผลให้ความต้องการซื้อสินค้าในร้านอาจอ่อนตัวลง
  • ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการดำเนินโครงการคนละครึ่งครั้งก่อน SSSG ของ Seven-Eleven ใน 4Q25 อยู่ที่ -1.5% y-y สะท้อนผลกระทบเชิงลบต่อยอดขายจากการที่ผู้บริโภคบางส่วนเปลี่ยนไปใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ.
  • ในด้านอัตรากำไร CPALL คาดว่า อัตรากำไรขั้นต้นจะยังคงปรับตัวดีขึ้นในระยะยาว จากความสำเร็จของกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าที่มีความต้องการสูงและให้มาร์จิ้นสูง อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นอาจมีแรงกดดันจาก ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยผลกระทบเต็มที่จะเริ่มสะท้อนใน 2Q26 ค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis) พบว่าราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 2% อาจส่งผลให้กำไรของ CPALL ลดลงประมาณ 5% ใน 2Q26F และ 3Q26 อย่างไรก็ดี ผลกระทบสุทธิน่าจะต่ำกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจาก CPALL กำลังศึกษาและดำเนินมาตรการลดผลกระทบด้านต้นทุน เช่น การลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากป้ายโฆษณาและระบบไฟส่องสว่างต่าง ๆ
  • ในระยะยาว CPALL ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อทิศทางธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในการมุ่งเน้นสินค้า อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) และ เครื่องดื่มพร้อมดื่ม (Ready-to-Drink) ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอุปสงค์แข็งแกร่งในเชิงโครงสร้าง เนื่องจากผู้บริโภคยังคงต้องบริโภคอาหารและเครื่องดื่มไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าพัฒนา คุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ อย่างต่อเนื่อง เช่นปรับปรุงรสชาติและคุณภาพของอาหารแช่แข็งให้ดียิ่งขึ้น ร่วมมือกับเชฟชื่อดัง ร้านอาหารยอดนิยม และร้านขนมดั้งเดิมที่มีชื่อเสียง เพื่อนำมาพัฒนาหรือออกสินค้าใหม่ แนวทางดังกล่าวช่วยให้ CPALL สามารถ จำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคยังคงมองว่าสินค้ามี ความคุ้มค่า (Value for Money) และยินดีจ่ายเพื่อแลกกับคุณภาพที่ดีขึ้น ผลลัพธ์คือ บริษัทสามารถ เพิ่มยอดขายควบคู่ไปกับ การขยายตัวของอัตรากำไรได้อย่างต่อเนื่อง
  • ในประเด็นการปรับโครงสร้างธุรกิจ (Business Consolidation) เราขอสรุปว่า CPALL ยังคงจุดยืนเดิมว่าการเสนอให้นำบริษัทย่อย 3 แห่ง ได้แก่ CPAXT ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกเป็นหลัก แต่มีบริการทางการเงินบางส่วนอยู่ในระบบนิเวศของธุรกิจ เช่น บริการรับชำระค่าสาธารณูปโภคผ่าน Counter Service, Counter Service ผู้ให้บริการรับชำระบิลและบริการทางการเงิน และ Thai Smart Card ผู้บริหารโครงการส่งเสริมการขาย เช่น คูปองส่วนลดสำหรับร้าน Seven-Eleven เข้าไปอยู่ภายใต้ ACM Holding ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซีพีที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจ Virtual Bank ของกลุ่มนั้น มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินภายในกลุ่มซีพีถูกรวมอยู่ภายใต้โครงสร้างของนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจ Virtual Bank เท่านั้น CPALL เน้นย้ำว่า บริษัทไม่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด การปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นเรื่องของการจัดระเบียบโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบเท่านั้น ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวยังต้องได้รับ การอนุมัติจากผู้ถือหุ้น ก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้ และ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีส่วนได้เสียในรายการ เช่น กลุ่ม CP (CP Group) จะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ในการพิจารณาเรื่องนี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version