CBG (BUY) – ยังดูดีแม้อยู่ในช่วงที่แย่ที่สุด –Target Price Bt50.00, Price Bt42.00
แม้การส่งออกของ CBG จะเผชิญความท้าทายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ถูกชดเชยไว้ด้วยส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้ CBG ยังดูแข็งแรงแม้ในช่วงที่กำไรอยู่ในจุดต่ำสุด ที่ ROE 18% และอัตราตอบแทนปันผล 4% เรายังแนะนำ “ซื้อ” หลังบริษัทเริ่มมีแนวทางแก้ปัญหาการส่งออก
การส่งออกแตะระดับต่ำสุดแล้ว แนะนำ “ซื้อ”
เรายังแนะนำ “ซื้อ” CBG และคงราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ไว้ที่ 50 บาท เนื่องจาก 1) แม้การส่งออกจะอ่อนแอแต่ ROE ยังอยู่ในระดับดีที่ 18% ในปี 2026F ซึ่งเราคาดเป็นปีที่กำไรแตะจุดต่ำสุด และยังมีสถานะเงินสดสุทธิและอัตราตอบแทนกระแสเงินสดอิสระที่กว่า 5% ช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 4% ไว้ได้ 2) เราคาดส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศจะเพิ่มขึ้นอีกจาก 26.6% ในปี 2026F เป็น 26.9% ในปี 2028F หนุนโดยการขยายสาขาของร้านสะดวกซื้อ “CJ More” ภายในกลุ่ม และการเจาะตลาดช่องทางการค้าดั้งเดิมอย่างต่อเนื่องของ CBG 3) เราเชื่อว่าการส่งออกแตะจุดต่ำสุดแล้ว เนื่องจากการเปิดโรงงานบรรจุใหม่ในเมียนมาร์และกัมพูชาน่าจะช่วยทยอยแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นได้ 4) การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ต่อเนื่องของธุรกิจสุราของครอบครัวผู้ก่อตั้งช่วยให้รายได้บริการจัดจำหน่าย และการผลิตของ CBG ยังเติบโต 5) เรามองว่าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของรัฐบาลจะช่วยหนุนยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังและสุราขาวได้ในปีนี้ และ 6) เรามองว่า CBG ยังไม่แพงที่ PE 13.6 เท่าบนปี 2027F เทียบกับที่เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวเติบโตได้ 14/10% ในปี 2027-28F หลังจากลดลง 4% ในปี 2026F
ยังน่าจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในประเทศได้อีก
ส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศของ CBG เพิ่มขึ้นจาก 21.7% ในปี 2021 เป็น 26.6% ในปี 2026F หลังคู่แข่งหลักสองรายมีการปรับขึ้นราคา และการขยายเครือข่ายการจำหน่ายในตลาดต่างจังหวัด โดยแม้คู่แข่งจะลดราคากลับลงมาแล้ว แต่เราคาด CBG จะยังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้เป็น 26.9% ในปี 2028F และ 27.1% ในปี 2030F จากช่องทางจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเร่งเปิดสาขาของ CJ More ซึ่งเป็นธุรกิจร้านสะดวกซื้อของครอบครัว และการเจาะตลาดการค้าแบบดั้งเดิมในพื้นที่ใหม่
ยอดขายที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเติบโต
CBG สร้างรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของครอบครัวผู้ก่อตั้งผ่านการให้ บริการจัดจำหน่าย และการขายขวดแก้วและบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายได้รวม จากสองธุรกิจดังกล่าวที่ 1.0 หมื่นลบ. ในปี 2025 ซึ่งคิดเป็น 45% ของรายได้รวม และเราคาดรายได้ดังกล่าวจะเติบโตได้อีก 16% ต่อปีในช่วงปี 2026-28F ตามส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นของยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของครอบครัว ซึ่งเราเชื่อว่าจะเติบโตได้อีกจาก 12% ในปี 2025 หลังการเริ่มธุรกิจเมื่อปี 2018
แนวทางแก้ไขปัญหาการส่งออก
CBG ประสบปัญหาการส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังในสองตลาดหลัก คือ กัมพูชา (จากปัญหาความขัดแย้งชายแดนทำให้เกิดการต่อต้านสินค้าไทย) และเมียนมาร์ (จากมาตรการการนำเข้าที่เข้มงวดขึ้น) แต่เราคาดรายได้การส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังจะแตะจุดต่ำสุดที่ 3.5 พันลบ. ในปีนี้ ซึ่งเป็นการลดลง 15% y-y และ 57% จากจุดสูงสุดที่ 8.1 พันลบ. ในปี 2020 เนื่องจาก CBG เริ่มดำเนินแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งสอง ได้แก่ 1) การเริ่มดำเนินงานโรงงานบรรจุเครื่องดื่มในเมียนมาร์ตั้งแต่ใน ไตรมาส 4Q25 เพื่อบรรเทาปัญหาข้อจำกัดการนำเข้า และ 2) การใช้ผันตัวสู่ธุรกิจรับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ท้องถิ่นใหม่ในกัมพูชา เราคาดรายได้การส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังจะเติบโตได้ 15/13% ในปี 2027-28F จากฐานที่ต่ำนี้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
