Company Equity 12 June 2026, 07:48

STECON (BUY) – งานใหม่เพิ่มขึ้น พร้อมปัจจัยสนับสนุนอื่น – Target Price Bt19.00, Price Bt15.80


เราปรับราคาเป้าหมาย STECON ขึ้นเป็น 19.0 บาท สะท้อนงานใหม่และมูลค่าที่สูงขึ้นจากการถือหุ้น 1.5% ใน GULF เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากได้ประโยชน์หลักจากการก่อสร้างรอบใหม่ของไทย ด้วยมีกำไรจากธุรกิจก่อสร้างเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 15% ขณะที่ซื้อขายที่เพียง 10 เท่า 2026F PE

ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 19.0 บาท; คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” STECON และปรับราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) เป็น 19.0 บาท (จาก 16.0 บาท) 1) ด้วยแรงหนุนจากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่แข็งแกร่งในธุรกิจดาต้าเซนเตอร์ และเป้าหมายการดำเนินงานของผู้บริหารา เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานคำสั่งซื้อใหม่ขึ้น 10-11% ต่อปี ในปี 2026-28F 2) หลังปรับเพิ่มราคาเป้าหมายบมจ. กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF, “ซื้อ”) เป็น 75.0 บาท จาก 65.0 บาท (ดูบทวิเคราะห์ GULF – โอกาสการเติบโตจาก PDP วันที่ 10 มิถุนายน 2026) เราจึงปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นจากการถือหุ้น 1.5% ของ STECON ใน GULF เป็น 9.5 บาท/หุ้น (จาก 8.3 บาท) และ 3) แม้จะไม่รวม GULF เข้าไปด้วย มูลค่าของ STECON ก็ยังคงน่าสนใจ เนื่องจากธุรกิจก่อสร้างหลักของบริษัทซื้อขายอยู่ที่เพียง 10 เท่า PE ปี 2026F (ไม่รวมเงินปันผลและรายได้จากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม) ทั้งๆ ที่มีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 15% ในปี 2026-28F

มีงานรออยู่จำนวนมาก

STECON ตั้งเป้างานใหม่ 5.0 หมื่นลบ. ในปีนี้ และมีงานในมือ ณ สิ้นปีมากกว่า 1.0 แสนลบ. (1.23 แสนลบ. ณ สิ้น 1Q26) งานใหม่ที่มีศักยภาพอาจมาจากส่วนหนึ่งของงานก่อสร้างโครงการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติมูลค่า 2.43 แสนลบ. ซึ่ง STECON คาดว่ารัฐบาลจะเปิดประมูลในปีนี้ ผู้บริหารยังแสดงความมั่นใจในการประมูลโครงการเอกชนมูลค่า 7.4 หมื่นลบ. ในปีนี้ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างอาคาร 3.4 หมื่นลบ. ดาต้าเซนเตอร์ 2.3 หมื่นลบ. โรงไฟฟ้า 1.2  หมื่นลบ. และโรงงานอุตสาหกรรม 5 พันลบ. ปัจจุบันเราสมมติให้มีงานใหม่ 5.3 พันลบ. ในปีนี้ (รวมโครงการขยายสนามบินอู่ตะเภา 2.7 หมื่นลบ.) และ 5.0 หมื่นลบ. ต่อปี ในปี 2027-28F

กำไรจากงานก่อสร้างเติบโตเฉลี่ย 15% ในปี 2026-28F

เราคาดว่ากำไรจากการก่อสร้างของ STECON (ไม่รวมเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม) จะเติบโตเฉลี่ย 15% ในปี 2026-28F เราคาดว่างานในมือที่มีอยู่และงานใหม่ที่อาจเกิดขึ้นจะผลักดันให้รายได้เติบโต 7/11/13% y-y ในปี 2026-28F (12% y-y ใน 1Q26) ขณะที่เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังคงอยู่ที่ 7.3% (7.8% ใน 1Q26) เนื่องจากเราคาดว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะมีอยู่เพียงช่วงสั้น ค่า Escalation Factor (K), สต๊อกวัสดุก่อสร้างที่มีอยู่ในระดับสูงที่จัดหามาในราคาช่วงก่อนสงคราม และอัตรากำไร 3-5% ที่รวมอยู่ในข้อเสนอราคาโครงการ น่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นได้เช่นกัน

มูลค่ายังคงน่าสนใจ

ราคาเป้าหมายของเราที่ 19.0 บาท ประกอบด้วย ธุรกิจก่อสร้าง 8.5 บาท/หุ้น ส่วนแบ่งกำไรจาก GULF 9.5 บาท/หุ้น และ 0.9 บาท/หุ้น จากธุรกิจอื่นๆ แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นล่าสุด แต่ธุรกิจก่อสร้างหลักของ STECON (ไม่รวมเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน) ซื้อขายที่ PE เพียง 10/9/7 เท่า ในปี 2026-28F ทั้งที่คาดว่ากำไรจะเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 15% มีงบดุลที่แข็งแกร่ง (อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ 0.2 เท่า) และเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาไม่กี่รายที่มีสิทธิ์ประมูลโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลมูลค่า 7.75 แสนลบ. ในปี 2026-28F

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version