Company Equity 16 June 2026, 10:42

CPALL (BUY) – เติบโตดี และราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยเสี่ยงแล้ว – Target Price Bt62.00, Price Bt45.50


เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” CPALL ขณะที่กำไรเติบโตยั่งยืน โดยคาดว่า EPS โตเฉลี่ย 14% ในปี 2026-28F แต่มูลค่าหุ้นซื้อขายที่ 2026F PE เพียง 13 เท่า ซึ่งเรามองว่าได้สะท้อนปัจจัยเสี่ยงไปแล้ว เราคาดว่า EPS จะเติบโต 13% ในปีนี้ แม้จะได้รับผลกระทบจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”

เติบโตดีแต่มูลค่าหุ้นยังไม่แพง; คงคำแนะนำ “ซื้อ”

บทวิเคราะห์นี้เป็นการโอนการวิเคราะห์ไปยังนักวิเคราะห์คนใหม่ เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” CPALL และปรับราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) เป็น 62 บาท จาก 60 บาท 1) เราคาดว่า EPS จะเติบโตแข็งแกร่งในปี 2026-28F ที่ 13/15/14% หลังปรับเพิ่มกำไรขึ้น 1-2% ต่อปี สะท้อนกำไร 1Q26 ที่แข็งแกร่ง เติบโต 20% y-y 2) เราคาดว่าผลกระทบจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐต่อ CPALL มีจำกัด เนื่องจากถูกชดเชยจากประโยชน์ที่เกิดกับ CPAXT ซึ่ง CPALL ถือหุ้นอยู่ 59.93% รวมถึงกลยุทธ์การเตรียมความพร้อมของ CPALL ที่ดีขึ้น 3) แม้เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมในปีนี้จะทรงตัว แต่ยังคงคาดว่า EPS จะโต 13% จากการขยายสาขาในเชิงรุกต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารสัดส่วนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 4) เรามองว่าที่ PE ปี 2026F เพียง 13 เท่า ได้สะท้อนความเสี่ยงจากประเด็นธุรกิจ Virtual Bank ที่เกิดขึ้นล่าสุดไปแล้ว สำหรับ CPALL ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ที่มีการบริหารจัดการโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีและยั่งยืน

EPS เติบโต 13% แม้มีโครงการไทยช่วยไทยพลัส

เราคาดว่า CPALL จะมี EPS กำไร 13.6% ในปีนี้ แม้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในเดือนมิถุนายน-กันยายน 2026 เปิดให้เฉพาะร้านค้าดั้งเดิม และผู้ค้ารายย่อย/หาบเร่แผงลอยเข้าร่วมโครงการเท่านั้น ด้วยมีความพร้อมมากขึ้นในการเปิดตัวสินค้าใหม่ การบริหารอัตรากำไรของสินค้า และได้ประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เราจึงคาดว่ายอดขายสาขาเดิมของ CPALL ใน 3Q26F ซึ่งเป็นช่วงที่มีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เต็มไตรมาส จะลดลงน้อยกว่าการลดลง 1.5% y-y ที่เกิดขึ้นในช่วงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รอบก่อนใน 4Q25 ทั้งนี้ กำไรของ CPALL ใน 4Q25 ยังเติบโต 2.5% y-y และ 11.5% ในปี 2025 แม้ยอดขายสาขาเดิมติดลบ 0.3% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอและผลกระทบจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยได้แรงหนุนจากการขยายสาขาและกลยุทธ์บริหารสัดส่วนสินค้าที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไร สำหรับปีนี้ เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะทรงตัว และ EPS เติบโต 13.6% ส่วนปี 2027F เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะเติบโต 2.5% และกำไรเติบโต 14.6% จากผลของฐานต่ำในช่วงที่มีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น

การขยายสาขายังคงเป็นปัจจัยหนุนการเติบโต

CPALL ยังคงขยายสาขาต่อเนื่องราว 700 สาขาต่อปี จาก 15,945 สาขาในปี 2025 คิดเป็นการเติบโตราว 4% ต่อปี ดังนั้นการขยายสาขาจึงเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโตของกำไร ทำให้บริษัทสามารถรักษาการเติบโตได้ แม้ยอดขายสาขาเดิมจะหดตัวเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงมีสัดส่วนสูงถึง 42% ของสาขาทั้งหมด ทำให้เราเห็นโอกาสอีกมากในการขยายสาขาในช่วงหลายปีข้างหน้า

ปัจจัยเสี่ยง

ตลาดมีความกังวลต่อ CPALL หลักๆ 2 ประการ ประการแรก ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่ไม่แน่นอนสำหรับการโอนธุรกิจของ CPAXT, Counter Service และ Thai Smart Card ไปยัง virtual bank ของ CP แม้ว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยของ CPALL จะลงมติไม่เห็นด้วยกับการโอนดังกล่าวก็ตาม ข้อกังวลอีกประการหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ คือการลงทุนของ CPALL และ CPAXT ในธุรกิจอื่นๆ ในอนาคต

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version