CPALL (BUY) – เติบโตดี และราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยเสี่ยงแล้ว – Target Price Bt62.00, Price Bt45.50
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” CPALL ขณะที่กำไรเติบโตยั่งยืน โดยคาดว่า EPS โตเฉลี่ย 14% ในปี 2026-28F แต่มูลค่าหุ้นซื้อขายที่ 2026F PE เพียง 13 เท่า ซึ่งเรามองว่าได้สะท้อนปัจจัยเสี่ยงไปแล้ว เราคาดว่า EPS จะเติบโต 13% ในปีนี้ แม้จะได้รับผลกระทบจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
เติบโตดีแต่มูลค่าหุ้นยังไม่แพง; คงคำแนะนำ “ซื้อ”
บทวิเคราะห์นี้เป็นการโอนการวิเคราะห์ไปยังนักวิเคราะห์คนใหม่ เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” CPALL และปรับราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) เป็น 62 บาท จาก 60 บาท 1) เราคาดว่า EPS จะเติบโตแข็งแกร่งในปี 2026-28F ที่ 13/15/14% หลังปรับเพิ่มกำไรขึ้น 1-2% ต่อปี สะท้อนกำไร 1Q26 ที่แข็งแกร่ง เติบโต 20% y-y 2) เราคาดว่าผลกระทบจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐต่อ CPALL มีจำกัด เนื่องจากถูกชดเชยจากประโยชน์ที่เกิดกับ CPAXT ซึ่ง CPALL ถือหุ้นอยู่ 59.93% รวมถึงกลยุทธ์การเตรียมความพร้อมของ CPALL ที่ดีขึ้น 3) แม้เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมในปีนี้จะทรงตัว แต่ยังคงคาดว่า EPS จะโต 13% จากการขยายสาขาในเชิงรุกต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารสัดส่วนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 4) เรามองว่าที่ PE ปี 2026F เพียง 13 เท่า ได้สะท้อนความเสี่ยงจากประเด็นธุรกิจ Virtual Bank ที่เกิดขึ้นล่าสุดไปแล้ว สำหรับ CPALL ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ที่มีการบริหารจัดการโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีและยั่งยืน
EPS เติบโต 13% แม้มีโครงการไทยช่วยไทยพลัส
เราคาดว่า CPALL จะมี EPS กำไร 13.6% ในปีนี้ แม้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในเดือนมิถุนายน-กันยายน 2026 เปิดให้เฉพาะร้านค้าดั้งเดิม และผู้ค้ารายย่อย/หาบเร่แผงลอยเข้าร่วมโครงการเท่านั้น ด้วยมีความพร้อมมากขึ้นในการเปิดตัวสินค้าใหม่ การบริหารอัตรากำไรของสินค้า และได้ประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น เราจึงคาดว่ายอดขายสาขาเดิมของ CPALL ใน 3Q26F ซึ่งเป็นช่วงที่มีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เต็มไตรมาส จะลดลงน้อยกว่าการลดลง 1.5% y-y ที่เกิดขึ้นในช่วงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รอบก่อนใน 4Q25 ทั้งนี้ กำไรของ CPALL ใน 4Q25 ยังเติบโต 2.5% y-y และ 11.5% ในปี 2025 แม้ยอดขายสาขาเดิมติดลบ 0.3% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอและผลกระทบจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยได้แรงหนุนจากการขยายสาขาและกลยุทธ์บริหารสัดส่วนสินค้าที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไร สำหรับปีนี้ เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะทรงตัว และ EPS เติบโต 13.6% ส่วนปี 2027F เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะเติบโต 2.5% และกำไรเติบโต 14.6% จากผลของฐานต่ำในช่วงที่มีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น
การขยายสาขายังคงเป็นปัจจัยหนุนการเติบโต
CPALL ยังคงขยายสาขาต่อเนื่องราว 700 สาขาต่อปี จาก 15,945 สาขาในปี 2025 คิดเป็นการเติบโตราว 4% ต่อปี ดังนั้นการขยายสาขาจึงเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโตของกำไร ทำให้บริษัทสามารถรักษาการเติบโตได้ แม้ยอดขายสาขาเดิมจะหดตัวเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงมีสัดส่วนสูงถึง 42% ของสาขาทั้งหมด ทำให้เราเห็นโอกาสอีกมากในการขยายสาขาในช่วงหลายปีข้างหน้า
ปัจจัยเสี่ยง
ตลาดมีความกังวลต่อ CPALL หลักๆ 2 ประการ ประการแรก ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่ไม่แน่นอนสำหรับการโอนธุรกิจของ CPAXT, Counter Service และ Thai Smart Card ไปยัง virtual bank ของ CP แม้ว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยของ CPALL จะลงมติไม่เห็นด้วยกับการโอนดังกล่าวก็ตาม ข้อกังวลอีกประการหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ คือการลงทุนของ CPALL และ CPAXT ในธุรกิจอื่นๆ ในอนาคต
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
