AAV (SELL) – ขาดทุนรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ – Target Price Bt0.90, Price Bt1.09
เราคาดว่า AAV จะมีผลขาดทุนรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใน 2Q26F ทำให้เราปรับลดกำไรทั้งปี และปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 0.90 บาท แม้ราคาน้ำมันอากาศยานจะปรับลง แต่การแข่งขันที่รุนแรงยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มกำไรของบริษัท และด้วยบริษัทยังมีผลขาดทุนสะสม และซื้อขายที่ 2027F PE ราว 20 เท่า เราจึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”
ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 0.90 บาท และคงคำแนะนำ “ขาย”
เรายังคงแนะนำ “ขาย” AAV เนื่องจาก 1) เราปรับกำไรปี 2026F ลงจากเดิมที่คาดว่ามีกำไร 449 ลบ. เป็นขาดทุน 1.5 พันลบ. หลักๆ มาจากการปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันอากาศยาน ทำให้ราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ลดลงเหลือ 0.90 บาท/หุ้น (จาก 0.95 บาท) 2) แม้ราคาน้ำมันอากาศยานจะเริ่มปรับตัวลดลง แต่เรายังคงให้ความระมัดระวังต่อแนวโน้มของกลุ่มสายการบิน เนื่องจากจำนวนเครื่องบินที่กลับเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้การแข่งขันด้านราคาและบริการรุนแรงขึ้น 3) AAV ดำเนินเฉพาะธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำ ทำให้บริษัทมีความอ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรมสูง และมีความสามารถในการทำกำไรจำกัด โดยมี ROE เพียง 6% 4) ฐานะการเงินของบริษัทยังค่อนข้างอ่อนแอ โดยคาดว่าจะมีขาดทุนสะสม 5-6 พันลบ. ในปี 2026-28F และ 5) มูลค่าหุ้น AAV ยังไม่น่าสนใจ โดยซื้อขายที่ 2027F PE ราว 20 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ ที่ 13 เท่า
แนวโน้มกำไร
เราคาดว่า AAV จะมีผลขาดทุนสุทธิรายไตรมาสสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.7 พันลบ. ใน 2Q26F จาก 1) ราคาน้ำมันอากาศยานพุ่งขึ้นสู่ระดับ US$150/bbl (US$87/bbl ในปี 2025 และ US$124/bbl ใน 1Q26) 2) ยอดจองล่วงหน้าที่ขายในราคาต่ำ ทำให้บริษัทไม่สามารถปรับขึ้นค่าโดยสารได้มากพอที่จะชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น และ 3) อุปสงค์การเดินทางทางอากาศที่อ่อนแอ ทำให้สายการบินต้องปรับกำลังการให้บริการลง 12–13% แต่หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายลง และราคาน้ำมันอากาศยานลดลงมาที่ US$113/bbl เราคาดว่ากำไรจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q26F เราสมมติให้ราคาน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยอยู่ที่ US$120/90/90/bbl ในปี 2026-27F และค่าโดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 17% y-y ในปี 2026F จากการปรับค่าโดยสารขึ้น ก่อนจะปรับลง 12/3% y-y ในปี 2027-28F จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจะกลับมากดดันค่าโดยสารอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ เราคาดว่า AAV จะขาดทุนสุทธิ 1.5 พันลบ. ในปี 2026F ก่อนพลิกกลับมามีกำไร 712 ลบ. ในปี 2027F ก่อนกำไรลดลง 7% y-y ในปี 2028F
ฐานะการเงินอ่อนแอลง
ผลขาดทุนในปีนี้จะยิ่งทำให้ฐานะการเงินของ AAV อ่อนแอลง เราคาดว่าขาดทุนสะสมจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 พันลบ. (จาก 3.5 พันลบ. ในปี 2025) และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 เท่า จาก 0.6 เท่า เนื่องจากเครื่องบินเกือบทั้งหมดของ AAV อยู่ภายใต้สัญญาเช่าดำเนินงาน ทำให้บริษัทมีสินทรัพย์ที่สามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้ค่อนข้างจำกัด เราจึงยังคงกังวลต่อความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์หนี้ โดยบริษัทต้องชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้ 5/4/3 พันลบ. ในปี 2026-28F
ดีลการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ยังคงมีแนวโน้มเดินหน้าต่อ
หลังจากผู้ถือหุ้นอนุมัติการเปลี่ยนชื่อบริษัท AirAsia X Berhad (AAX) เป็น AirAsia Group Berhad ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรวมสายการบินทั้งหมดที่ใช้แบรนด์ AirAsia ไว้ภายใต้แพลตฟอร์มสายการบินเดียว เราจึงเชื่อว่า แผนการทำคำเสนอซื้อหุ้นของ AAV โดย AAX ร่วมกับพันธมิตรในไทย ยังคงดำเนินไปตามแผน โดยแผนที่ประกาศเมื่อปลายปีที่ผ่านมา AAX มีเป้าหมายเข้าซื้อหุ้น 41% ของ AAV ขณะที่การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามกฎหมายกำหนด จะได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากพันธมิตรในไทย อย่างไรก็ตาม เราไม่คาดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อปัจจัยพื้นฐานของ AAV
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
