Equity Industries 6 July 2026, 05:53

ASK (BUY) – อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัว –Target Price Bt13.00, Price Bt10.20


ด้วยวงจรธุรกิจรถบรรทุกเริ่มพลิกฟื้น เรามองว่า ASK เป็นหุ้นที่มีศักยภาพสูง ASK ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับคู่แข่ง จึงมีโอกาสเติบโตได้มากกว่า หากภาวะอุตสาหกรรมยังคงฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เราจึงปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ด้วยคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเฉลี่ยที่ 30% ในปี 2026-28F แต่ยังซื้อขายที่เพียง 0.6 เท่า P/BV

ปัจจัยพื้นฐานดีขึ้น; ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”

เราปรับคำแนะนำ ASK จาก ขาย เป็น “ซื้อ” พร้อมปรับกำไรสุทธิปี 2026–28F ขึ้น 62–74% ต่อปี จาก credit costs ที่ลดลง และ NIM ที่ดีขึ้น อีกทั้งเรายังปรับไปใช้ปีฐาน 2027F ทำให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 13.0 บาท จาก 7.3 บาท 1) เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2026F จะเติบโตถึง 68% y-y และเติบโตเฉลี่ย 30% ในปี 2026–28F 2) คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นเร็วกว่าคาด และยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาน้ำมันใน 2Q26 จะอยู่ในระดับสูง และ 3) ราคาหุ้นยังน่าสนใจ แม้ปรับขึ้น 30% จากจุดต่ำสุดในเดือนมีนาคม 2026 โดย ASK ซื้อขายที่ 2027F PE เพียง 7.0 เท่า และ P/BV เพียง 0.6 เท่า ขณะที่มี ROE 8.1% เราจะยังคงชอบบมจ. ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) มากกว่า เนื่องจากมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งกว่า แต่ ASK มีความน่าสนใจในฐานะหุ้นที่มีเบต้าสูงกว่า เพราะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของรอบการฟื้นตัว

การเติบโตของกำไรเร่งตัวขึ้น

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ ASK จะเติบโต 68% y-y ในปี 2026F โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 30% ในปี 2026-28F หนุนโดยการฟื้นตัวของความต้องการรถบรรทุกและการปรับปรุงงบดุลภายในของบริษัท ยอดสินเชื่อคาดว่าจะลดลง 6% y-y ในปี 2026 (-15% y-y ในปี 2025) เนื่องจากอัตราการชำระคืนยังคงสูง อย่างไรก็ตาม การปล่อยสินเชื่อใหม่คาดว่าจะเติบโต 20% y-y ในปี 2026F โดยการเติบโตของสินเชื่อจะกลับมาอยู่ที่ 3/5% y-y ตั้งแต่ปี 2027-28F NIM คาดว่าจะฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ 4.69% ในปี 2025 เป็น 5.12/5.21/5.24% ในปี 2026-28F หนุนโดยการปล่อยสินเชื่อใหม่และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง รายได้ค่าธรรมเนียมคาดว่าจะกลับมาเติบโตที่ 7/3/3% y-y หลังลดลง 15% y-y ในปี 2025 หนุนโดยปริมาณการปล่อยสินเชื่อที่สูงขึ้น สำหรับด้านคุณภาพ NPL และการขาดทุนจากรถยึดที่ลดลง จะทำให้ credit cost ลดลงอย่างมากเหลือ 2.0/1.6/1.4% จาก 2.6% ในปี 2025

คุณภาพสินทรัพย์ยังมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง

คุณภาพสินทรัพย์ของ ASK ดีขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดไว้ Gross NPLs ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วใน 3Q25 และลดลงต่อเนื่อง 2 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่รถยึดรอขายก็ทยอยลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ 2Q25 ที่สำคัญ แนวโน้มการฟื้นตัวยังแข็งแกร่ง แม้ในช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.2026 ที่ตลาดกังวลจากการที่ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ในระดับสูง เราจึงเชื่อว่ายังมีโอกาสที่คุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แม้อัตราส่วน NPL ของ ASK จะเริ่มลดลง แต่ ณ 1Q26 ยังอยู่ที่ 7.4% สูงกว่า 2.7% ในปี 2021 เกือบ 3 เท่า ก่อนที่วงจร NPL ของธุรกิจรถบรรทุกจะเริ่มขึ้น มูลค่ารถยึดยังคงสูงที่ 1.4 พันลบ. ใน 1Q26 เทียบกับเพียง 0.1 พันลบ. ในปี 2021 ส่วนต่างนี้สะท้อนว่า ASK ยังมี โอกาสอีกยาวที่คุณภาพสินทรัพย์จะทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยทั้ง NPL และ credit cost มีแนวโน้มปรับลดลงได้อีกในระยะข้างหน้า

คาดกำไร 2Q26F แข็งแกร่ง แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิง

เราคาดว่า ASK จะมีกำไรสุทธิใน 2Q26F ที่ 235 ลบ. เพิ่มขึ้น 93% y-y และ 17% q-q การหดตัวของสินเชื่อน่าจะชะลอมาอยู่ที่ -1.5% q-q จากหดตัว 4–5% q-q ต่อไตรมาสในปี 2025 NIM คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 17bps q-q เป็น 5.04% จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และ yield ที่ทยอยฟื้นตัวจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ NPLs คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% q-q ขณะที่มูลค่ารถยึดคาดว่าจะลดลงต่ออีก 15% q-q  ช่วยให้ credit cost ลดลง 12bps q-q เหลือ 200bps

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version