Equity Industries 8 July 2026, 21:07
Utilities (Overweight) – ความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสัญญาโครงการ Adders
- คณะกรรมการฯ มีมติปรับลดอัตรารับซื้อไฟฟ้า …
- … และยกเลิกการต่อสัญญาอัตโนมัติของโครงการภายใต้สัญญา Adder
- เราคาดจะมีแรงต้านอย่างมากจากภาคเอกชน
- EA มีความเสี่ยงมากที่สุด ตามด้วย GUNKUL และ BCPG
News Update:
เมื่อวานนี้คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนมีมติให้ทบทวนสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ของกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายใต้สัญญา Adder เพื่อเป็นหนึ่งในแนวทางในการลดภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าให้แก่ประเทศ
- คณะกรรมการฯ มีมติให้ยกเลิกลักษณะสัญญาที่มีผลคล้าย “ชั่วนิรันด์” ซึ่งโครงการกลุ่มนี้จะได้ต่อสัญญาโดยอัตโนมัติทุกห้าปี หลังอัตราราคาไฟฟ้าอุดหนุนพิเศษ (Adder) หมดอายุลงหลังเริ่มดำเนินงานไปแล้วสิบปี
- เพื่อแทนที่กลไกการต่อสัญญาอัตโนมัติเดิม คณะกรรมการฯมีมติให้ 1) โครงการที่มีอายุเกิน 25 ปีแล้ว จะได้ต่อสัญญาห้าปีอีกเพียงหนึ่งรอบ หรือ 2) โครงการที่ยังไม่ครบ 25 ปีจะถูกกำหนดอายุสัญญาเป็นเพียง 25 ปี
- นอกเหนือจากการกำหนดอายุสัญญาที่ชัดเจนขึ้นแล้ว อัตราราคารับซื้อไฟฟ้า (โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ.) ก็จะถูกปรับลดลงด้วยเช่นกัน จากปัจจุบันที่ราว 3.5 บาทต่อหน่วย (ซึ่งจะถูกปรับขึ้น-ลงตามการประกาศค่า Ft ทุกสี่เดือน) โดยคณะกรรมการฯ เสนอให้ปรับลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลงเหลือ 2.13 บาทต่อหน่วย ซึ่งอ้างอิงจากอัตราล่าสุดที่อนุมัติให้โรงการ “โซลาร์ชุมชน” ภายใต้นโยบาย “Quick-Big-Win” ของรัฐบาลก่อน ส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมยังอยู่ระหว่างพิจารณา โดยเราคาดว่าจะอยู่ที่ราว 3.10 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นอัตราที่ใช้ในการเปิดประมูลสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารอบล่าสุดเมื่อปี 2023
- เรามองว่ามี downside อย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเหล่านี้ จากทั้งอัตราราคารับซื้อไฟฟ้าที่ลดลงและอายุสัญญาที่สั้นลง แต่หลังเราได้คุยกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องแล้วบางราย เราคาดว่าจะมีแรงต่อต้านจากภาคเอกชนต่อการปรับเปลี่ยนสัญญาที่อาจเกิดขึ้นนี้ จึงมองว่าการบังคับใช้หรือการเปลี่ยนแปลงจริงอาจยังต้องใช้เวลา ซึ่งอาจรวมไปถึงกระบวนการทางศาล
- หากมองในกลุ่มหุ้นที่เราทำบทวิเคราะห์จะพบว่า EA เป็นบริษัทที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดเนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด (โซลาร์ 278MW และลม 386MW) อยู่ภายใต้สัญญา Adder รองลงมาคือ GUNKUL ซึ่งมีโรงไฟฟ้าโซลาร์ 42MW และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 85MW ภายใต้สัญญา Adder ซึ่งคิดเป็น 21% ของกำลังการผลิตที่ดำเนินงานแล้ว โดยมีอีกหนึ่งบริษัทที่มีสัดส่วนโรงไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบสูงคือ BCPG ซึ่งมีโครงการโซลาร์ภายใต้สัญญา Adder 133MW และลม 9MW รวมคิดเป็น 10% ของกำลังการผลิตที่ดำเนินงานแล้ว
- ทั้งนี้เรามองว่าการเปลี่ยนโครงสร้างสัญญานี้จะส่งผลลบทางอ้อมต่อโครงโรงไฟฟ้า SPP ด้วย เนื่องจาก การกรปับลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ Adder จะลดต้นทุนค่าไฟฟ้ารวมของระบบ ในส่วนของค่านโยบายภาครัฐ (Policy expense, ดู Exhibit 4 ประกอบ) ลงได้ราว 0.10-0.15 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถปรับลดราคาไฟฟ้าของประเทศลงได้เพิ่มเติม และจะกดดันอัตรากำไรของ SPP เนื่องจากโรงไฟฟ้ากลุ่มนี้ไม่ได้ประโยชน์จากต้นทุนนโยบายที่ลดลงดังกล่าว
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
