PR9 (BUY) – หุ้นที่ดีที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลที่เน้นผู้ป่วยเงินสด – Target Price Bt23.80, Price Bt19.30
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” PR9 และให้เป็นหุ้นที่ดีที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลที่เน้นผู้ป่วยเงินสด เนื่องจากคาดมี EPS เติบโตสูงที่สุดที่ 11/9% ในปี 2027-28F และ 2027F PE ต่ำที่สุดที่ 16.5 เท่า โดยบริการใหม่บางส่วน รวมถึงผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่ลดลง จะช่วยให้กำไรกลับมาเติบโตในปีหน้า
ดีที่สุดในกลุ่มที่เน้นผู้ป่วยเงินสด คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” PR9 และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 23.8 บาท จาก 21.0 บาท หลังปรับมาใช้ปีฐาน 2027F 1) PR9 มี Valuation ที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่มหุ้นที่มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยเงินสดสูง โดยมีการเติบโตของ EPS ในปี 2027-28F สูงที่สุดที่ 11.1/9.1% เทียบกับ BH ที่ 4.1/3.7% และ BDMS ที่ 5.3/6.5% ขณะที่ PR9 ซื้อขายที่ PE ปี 2027F เพียง 16.5 เท่า ต่ำกว่า BH ที่ 21.1 เท่า และ BDMS ที่ 18.3 เท่า 2) PR9 ไม่มีแผนลงทุนโรงพยาบาลขนาดใหญ่เพิ่มเติม ซึ่งแตกต่างจาก BH ที่มีโครงการที่ภูเก็ต และ BDMS ที่มีโครงการมิกซ์ยูส WellEra 3) PR9 ยังมี Upside ในระยะยาวจากแนวโน้มการรักษาโรคร้ายแรงขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังมีสัดส่วนการให้บริการด้านการรักษาที่ซับซ้อนต่ำกว่า BH และ BDMS และ 4) ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เรามองว่า PR9 มีจุดเด่นจากการนำเสนอ บริการระดับบนในราคาที่คุ้มค่า พร้อมแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดีกว่า
ปัจจัยหนุนการเติบโต
ประมาณการของเราที่คาดว่ากำไรจะเติบโตเพียง 0.4% ในปี 2026F เป็นผลมาจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน การขาดผู้ป่วยจากกัมพูชา เศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอ ผลกระทบเต็มปีจากประกันแบบร่วมจ่าย (co-payment) ซึ่งทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคทั่วไปและโรคที่ไม่ซับซ้อนลดลง ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น ผลกระทบจาก operating leverage ที่อ่อนแอ และการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ขณะที่ประเด็นผู้ป่วยจากกัมพูชา และ co-payment จะได้ทำให้เกิดฐานใหม่ที่ต่ำลงแล้ว แต่เราคาดว่า EPS จะเติบโต 11.1/9.1% ในปี 2027-28F ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ ผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่ผ่อนคลายลง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ การเพิ่มขึ้นของบริการรักษาโรคร้ายแรง และ operating leverage เราคาดว่ารายได้จะเติบโต 7.9/6.5% ในปี 2027-28F เทียบกับ 13.8/3.7% ในปี 2025-26F นอกจากนี้ เรายังคาดว่าสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 29% ในปี 2028F จาก 26.6% ในปี 2026F และคาดว่า EBIT margin จะขยายตัวเป็น 17.9% ในปี 2028F จาก 16.8% ในปี 2026F
ทิศทางในระยะยาวไม่เปลี่ยนแปลง
PR9 ยังคงวางตำแหน่งตัวเองอยู่ในกลุ่มระดับกลาง-บน โดยนำเสนอจุดเด่นด้านความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา โดยในกระบวนการนี้ บริษัทได้เพิ่มและยกระดับความซับซ้อนของบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ช่องว่างระหว่างโรงพยาบาลระดับบน เช่น BH และ BDMS แคบลง ขณะที่ตั้งราคาค่าบริการต่ำกว่าคู่แข่งดังกล่าวประมาณ 15-20% บริการใหม่หรือบริการที่มีการขยายเพิ่มเติมในปี 2026-27F ได้แก่ ห้องผ่าตัดใหม่, การฟอกไตทางช่องท้องแบบอัตโนมัติ, การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ Da Vinci, ห้อง HD ระดับพรีเมียม, ระบบถ่ายภาพหลอดเลือดแบบ biplane, ห้อง HBOT ใหม่, ICU/CCU ใหม่, Neuro ICU ใหม่ รวมถึงหอผู้ป่วยและหอพักพยาบาลแห่งใหม่
คาดกำไร 3Q26F อ่อนตัวลง
เราคาดว่ากำไรของ PR9 ใน 3Q26F จะอยู่ที่ 228 ลบ. เพิ่มขึ้น 2% y-y และ 24% q-q โดยการเติบโตของกำไรที่อ่อนแอ y-y สะท้อนการไม่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI จำนวน 13 ลบ. ใน 3Q25 อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรก่อนหักภาษีจะเติบโต 8% y-y และ 24% q-q เราคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 5% y-y และ 10% q-q สู่ระดับ 1.4 พันลบ. โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผู้ป่วยชาวไทย
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
