KCE (BUY) – ปัจจัยเปลี่ยนเกม – Target Price Bt100.00, Price Bt75.25
เราปรับคำแนะนำ KCE เป็น “ซื้อ” จากมุมมองว่าการฟื้นตัวของกำไรเป็นผลบวกระยะยาวจากภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งจากปริมาณขายและฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยพลิกแนวโน้มการเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งจีนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2027F ที่ 100 บาท/หุ้น
ปัจจัยเปลี่ยนเกม; ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
เราปรับเพิ่มคำแนะนำ KCE เป็น “ซื้อ” จาก ขาย พร้อมปรับประมาณการกำไรปี 2026-29F ขึ้น 0/35/95/137% และปรับราคาเป้าหมายปี 2027F ขึ้นเป็น 100 บาท จาก 31 บาท 1) เรามองว่าส่วนแบ่งตลาดที่ KCE เสียให้คู่แข่งจีนกำลังฟื้นตัว จากคำสั่งซื้อที่ไหลเข้ามามากขึ้นตามปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจาก KCE เป็นบริษัทไทยและมีฐานการผลิตในไทย ส่งผลให้มุมมองเดิมที่มองว่าออเดอร์ดังกล่าวเป็นเพียงผลประโยชน์ชั่วคราวจากคู่แข่งจีนหันไปขายสินค้าในกลุ่ม non-auto มากขึ้นเปลี่ยนไป ปัจจุบันเราคาด EPS ของ KCE จะเติบโต 85/107/38% ในปี 2026-28F 2) ขณะที่ฐานลูกค้าขยายจากยุโรปไปยังสหรัฐฯ และลูกค้าสหรัฐฯ เดิมก็เพิ่มคำสั่งซื้อ เราคาดว่ายอดขายสกุล US$ เติบโต 21/64/17% ในปี 2026-28F เทียบกับ -9% ต่อปี ในปี 2023-25 3) KCE ยังอาจได้ประโยชน์จากการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญอย่าง fiberglass อีก 1-2 ไตรมาส ซึ่งช่วยลดการแข่งขันด้านราคา และ 4) ด้วยแนวโน้มการเติบโตนี้ ทำให้ KCE น่าสนใจที่ 30/21 เท่า PE ในปี 2027-28F
คำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ จำนวนมาก
เราคาดว่า KCE จะได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากจากทั้งลูกค้าสหรัฐฯ เดิมและใหม่ ซึ่งจะส่งมอบตั้งแต่ 3Q26 ถึงปี 2028 โดยคาดว่าลูกค้ากลุ่มยานยนต์รายเดิมในสหรัฐฯ จะกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่สุดของ KCE ที่ 15-20% ของยอดขายรวมในปี 2027F ขณะที่โรงงานเดิมจะเดินเครื่องเต็มที่ภายใน 3Q27 KCE จะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 ล้านตารางฟุต หรือ 28% ใน 4Q27 เรายังคาดว่า KCE จะได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมสหรัฐฯ รายใหม่ และลูกค้ารายอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะคิดป็น 70% ของช้กำลังการผลิตใหม่ และจะเดินเครื่องเต็มที่ภายใน 2Q28 เราคาดว่าลูกค้าใหม่ในกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมสหรัฐฯ จะกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ KCE คิดเป็น 17% ของยอดขายในปี 2028F ทั้งนี้ เรามองว่าฐานลูกค้าของ KCE จะขยายตัวและมีความหลากหลายมากขึ้นออกไปจากลูกค้าในยุโรปและกลุ่มยานยนต์
แนวโน้มอัตรากำไร
อัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ลดลงจาก 26.6% ในปี 2021 เหลือ 18.9% ในปี 2025 จากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากคู่แข่งจีน อัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงตามยอดขายที่หดตัว และเงินบาทที่แข็งค่า เราคาดว่าอัตรากำไรจะฟื้นตัวเป็น 21.4/25.2/27.9% ในปี 2026-28F จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันด้านราคาที่ลดลงจากภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ fiberglass และเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา การแข่งขันด้านราคาที่ลดลงช่วยให้ KCE สามารถปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะ fiberglass ได้ ทั้งนี้ KCE มีความล่าช้าระหว่างการปรับต้นทุนและราคาขาย กล่าวคือ ต้นทุนเพิ่มขึ้นก่อนและจึงปรับราคาขายในภายหลัง หลังจากต้นทุนเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี เราคาดว่า KCE จะปรับขึ้นราคาขายใน 3Q26 และจะปรับขึ้นอีกครั้งใน เดือน ต.ค. และ ม.ค. 2027
แนวโน้มกำไรใน 2H26F
ใน 3Q26F ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากคำสั่งซื้อใหม่จากสหรัฐฯ และการปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสก่อน เราคาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 441 ลบ. เพิ่มขึ้น 51% y-y และ 83% q-q ขณะที่ 4Q26F จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นราคาขายอีก เราจึงคาดว่ากำไรอยู่ที่ 573 ลบ. เพิ่มขึ้น 315% y-y และ 30% q-q
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
