Company Equity 28 July 2022, 22:25

NEX (BUY) – ส่วนสำคัญของกลุ่มธุรกิจ – Target Price Bt24.00, Price Bt18.80


NEX ได้ประโยชน์โดยตรงจากการขยายธุรกิจแบตเตอรี่ และ EV ของกลุ่ม EA เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจที่เกี่ยวกับรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งกำลังจะเริ่มต้นและมีศักยภาพการเติบโตสูง เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 24 บาท แม้รวมผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไปแล้ว แนะนำ “ซื้อ”

คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” NEX และปรับราคาเป้าหมายปีฐาน 2022F ขึ้นเป็น 24 บาท/หุ้น (เดิม 22.5 บาท) 1) เราคาดว่าการลงทุนใหม่ของบริษัทแม่ (EA) ในการให้บริการรถโดยสารสาธารณะด้วยรถเมล์ไฟฟ้ารวม 1,250 คัน จะทำให้ยอดขายรถเมล์ไฟฟ้า และรายได้จาการให้บริการหลังการขายของ NEX เพิ่มขึ้น 2) จากแนวโน้มการใช้รถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการให้บริการที่ต่ำกว่ารถ ICE เราคาดยอดขายรถโดยสารที่ต่ำกว่าปกติในช่วงสองปีโควิดที่ผ่านมา จะถูกเปลี่ยนเป็นการเติบโตของยอดขายรถโดยสารไฟฟ้า 3) เราคาดฐานกำไรของ NEX เพิ่มขึ้นเป็น 3.0 พันลบ. ในปี 2024F ซึ่งเรามองว่าเป็นปีที่การดำเนินงานธุรกิจรถไฟฟ้าจะส่งผลเต็มที่ ทำให้ PE ของ NEX ลดลงจาก 21 เท่า ในปี 2022F เหลือเพียง 11 เท่านั้นดูน่าสนใจ

ส่วนสำคัญในภาพรวมธุรกิจของกลุ่ม

NEX เป็นส่วนสำคัญของธุรกิจการผลิตแบตเตอรี่ Li-ion และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของกลุ่ม โดยมีหน้าที่หลักในการเป็นผู้จัดจำหน่าย และให้บริการหลังการขาย และถือหุ้น 45% ในโรงงานผลิต Absolute Assembly (AAB) ซึ่งอีก 55% ถือโดย EA เราคงสมมติฐานยอดขายรถเมล์ไฟฟ้า และรถบรรทุกไฟฟ้าของ NEX ที่ 2.0/2.5/3.0 และ 0.5/2.0/3.0 พันคัน ในปี 2022-24F ตามลำดับ โดยในส่วนของปี 2022F NEX มีคำสั่งซื้อรถโดยสารไฟฟ้าแล้ว 600 คัน ซึ่งจะส่งมอบใน 1H22F และเราคาดว่าธุรกิจรถโดยสารสาธารณะใหม่ของ EA จะเพิ่มยอดขายรถโดยสารไฟฟ้าของ NEX อีก 800 คันในปีนี้ อีกทั้งยังมีความต้องการจากลูกค้าภายนอกที่ถูกกักไว้จากปี 2020-21 ที่ยอดจดทะเบียนรถโดยสารใหม่ในไทย ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2015-19 อยู่ถึง 60% นโยบาย EV ของรัฐบาลกำลังผลักดันการใช้รถโดยสารไฟฟ้าในการให้บริการสาธารณะ ในขณะที่ผู้ให้บริการรถโดยสารเอกชนน่าจะกำลังลงทุนปรับปรุงรถโดยสารเพื่อรับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่ใกล้เข้ามา

กระทบเพียงเล็กน้อยจากราคาโลหะที่เพิ่มขึ้น

ราคา Lithium และ Nickel ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการผลิต EV ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และการเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ของ EA ซึ่งเราเชื่อว่าอาจมีผลกระทบบางส่วนถูกส่งผ่านไปยังโรงงานผลิต AAB และทำให้ NEX รับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่น้อยลง อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงเพียงเล็กน้อยต่อ NEX โดยอาจเป็นค่าคอมมิชชั่นหรืออัตรากำไรจากการจัดจำหน่ายที่ลดลง เราปรับกำไรของ NEX ลง 24/13% ในปี 2022-23F จากต้นทุนที่สูงขึ้นนี้

ตลาดรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จะเติบโตก่อน

EA กำลังจับตลาดรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (CEV) โดยคาดว่าจะเติบโตได้เร็วกว่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลไฟฟ้า (PEV) เราไม่เห็นข้อได้เปรียบจากการมีแบรนด์ระดับโลกมากนักในตลาด CEV (ไม่เหมือนกับในตลาด PEV) ซึ่งน่าจะแข่งขันกันเข้มข้นกว่าในด้านต้นทุนการให้บริการรวม และเนื่องจากเรามองว่าปัจจุบัน CEV สามารถทำต้นทุนรวม (ราคารถ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าบำรุงรักษา) ได้ต่ำกว่ารถดีเซล และรถ NGV (ก๊าซธรรมชาติ) แล้ว เราจึงเชื่อว่ากลุ่ม EA จะประสบความสำเร็จในการเจาะตลาดนี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version