Company Equity 27 Aug 2022, 05:05

STARK (BUY) – เติบโตแข็งแกร่ง – Target Price Bt6.50, Price Bt4.32


ผลการดำเนินงาน 1Q22 พิสูจน์ให้เห็นว่า STARK ยังรักษาอัตรากำไรได้จากการตั้งราคาขายแบบ cost-plus แม้ราคาต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น หลังเราปรับประมาณการกำไรขึ้น 20% และ 7% ในปี 2022-23F เรามองว่า STARK มีมูลค่าพื้นฐานไม่แพงที่ 18 เท่า 2022F PE เทียบกับ EPS เติบโตเฉลี่ย 19% ต่อปี ในช่วงปี 2022-24F คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 6.5 บาท

โมเดล cost-plus ยังทำงานได้ดี

เราปรับประมาณการกำไร STARK ปี 2022-23F ขึ้น 20% และ 7% และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6.5 บาท (จาก 6.4 บาท) เนื่องจากก่อนหน้านี้เราประเมินอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทต่ำเกินไป เพราะเราไม่ได้รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้าในการคำนวณกำไรจากการดำเนินงาน STARK ขายสินค้าโดยตั้งราคาขายจากต้นทุน (Cost Plus) คือราคาขายและต้นทุน จะถูกล็อคไว้ตั้งแต่วันได้รับคำสั่งซื้อ แต่เนื่องจากกว่า 80% ของต้นทุนขายอยู่ในสกุลดอลลาร์จากการนำเข้าวัตถุดิบโลหะ (ทองแดง และ อลูมิเนียม) STARK จึงทำการป้องกันความเสี่ยง (hedge) ค่าเงินเต็มจำนวนเพื่อล็อคอัตรากำไร ดังนั้นผลกำไร/ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่รับรู้จากการป้องกันความเสี่ยงนี้จึงควรถูกนำมาหักออกจากต้นทุนขายเพื่อสะท้อนอัตรากำไรที่แท้จริงของบริษัท ซึ่งหลังรวมปัจจัยดังกล่าวในประมาณการจะเห็นว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ STARK ใน 1Q22 เพิ่มขึ้นเป็น 21.7% จาก 20.6% ใน 4Q21 แม้ราคาทองแดงจะเพิ่มขึ้น 7% และเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็น STARK ยังสามารถตั้งราคาขายจากต้นทุนได้แม้ในสถานการณ์ตลาดที่ราคาวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้นอย่างมาก

แนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง

เรา STARK จะมี EPS เติบโตเฉลี่ย 19% ต่อปีในช่วงปี 2022-24F จากสามปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) เราคาดการใช้สายไฟฟ้าในไทยและเวียดนามจะยังเติบโตแข็งแกร่ง เนื่องจากเราเชื่อว่าหลังแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ของทั้งสองประเทศถูกประกาศออกมา (คาดว่าภายในปีนี้)จะเกิดการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าและสายส่งไฟฟ้ามากขึ้น 2) STARK เริ่มส่งออกสายไฟฟ้าไปยังสหรัฐฯ เป็นปลายทางการส่งออกใหม่ตั้งแต่ใน 2H21 ซึ่งเราคาดว่าจะกลายเป็นอีกปัจจัยการเติบโตรายได้สำหรับ STARK และทำให้สัดส่วนการส่งออกเพิ่มเป็น 20% ของยอดขายในปี 2025F (12% ในปี 2021) 3) เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากสัดส่วนการขายสายไฟฟ้าแรงสูงและแบบพิเศษเพิ่มขึ้น และการประหยัดต่อขนาด

อัตรากำไรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ STARK จะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในปี 2024F จาก 22% ในปี 2021 โดยมีสัดส่วนยอดขายสายไฟฟ้าแรงสูงและแบบพิเศษ (เช่นสายไฟใต้น้ำ และใต้ดิน) ต่อยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยผลักดันหลัก รายได้ที่เพิ่มขึ้นยังให้ทำให้เกิดประโยชน์จากขนาด และทำให้อัตราการดำเนินงานของโรงงานสูงขึ้นด้วย อีกทั้ง STARK ได้พิสูจน์แล้วในช่วงปีที่ผ่านมาว่าสามารถรักษาอัตรากำไรได้ แม้ต้นทุนราคาโลหะจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้าสูงขึ้นมากเช่นกัน

มูลค่าน่าสนใจ

เรามองว่า STARK เป็นหุ้นเติบโตที่ยังซื้อขายบนมูลค่าพื้นฐานไม่แพง คือที่ PE 17 เท่า เทียบกับการเติบโต EPS 22/17/18% ในช่วงปี 2022-24F ทั้งยังมีอัตราการทำกำไร ROE ระยะยาวสูงถึง 35% ตั้งแต่ปี 2024F เป็นต้นไป ซึ่งเรามองว่าสูงมากสำหรับโรงงานผลิตอุตสาหกรรม แม้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (net D/E) มีแนวโน้มลดลงเป็น 0.3 เท่า นอกจากนี้เรายังคาดอัตราผลตอบแทนปันผลถึง 4% ในปีดังกล่าวอีกด้วย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version