Company Equity 27 Aug 2022, 02:06

ERW (BUY) – ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว – Target Price Bt4.40, Price Bt3.96


เราปรับเพิ่มคำแนะนำ ERW เป็น “ซื้อ” จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มดีขึ้น แม้ว่า ERW จะดูแพงกว่า MINT และ CENTEL แต่ดำเนินธุรกิจโรงแรมอย่างเดียว ด้วยแนวโน้มธุรกิจที่ดีขึ้น เราไม่เห็นความเสี่ยงเรื่องเพิ่มทุนอีกต่อไป เราให้ราคาเป้าหมายปี 2023F ที่ 4.40 บาท

ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ”

เราปรับเพิ่มคำแนะนำ ERW เป็น “ซื้อ” (จาก ขาย) เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมีแนวโน้มดีขึ้น ERW ดำเนินธุรกิจโรงแรมเพียงอย่างเดียว และได้รับผลกระทบมากกว่า MINT และ CENTEL ซึ่งทั้งสองบริษัทมีเบาะรองรับจากธุรกิจอาหารในช่วงโควิด ดังนั้นเราจึงคาดว่า ERW จะได้รับประโยชน์จาก operating leverage มากกว่าในช่วงที่อุตสาหกรรมฟื้นตัว เราปรับประมาณการกำไรของเราขึ้นเพื่อสะท้อนการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของนักท่องเที่ยวราว 3-4% ในปี 2023-24F และคาดว่ากำไรจะพลิกจากขาดทุน 739 ลบ. ในปีนี้ เป็น 245-680 ลบ. ในปี 2023-24F นอกจากนี้เรายังปรับมาใช้ราคาเป้าหมายปี 2023F ที่ 4.40 บาท (จาก 2.8 บาท) ERW ซื้อขายที่ PE ที่ 28.5 เท่า ในปี 2024F ซึ่งเราคาดว่าจะฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนเกิดโควิดที่ 37.0 เท่า แต่แพงกว่า CENTEL (25.8 เท่า) และ MINT (23.4 เท่า)

เริ่มฟื้นตัว

ERW เห็นอัตราการเข้าพักในไทยเพิ่มขึ้นจาก 27% ในปี 2021 เป็น 46% ใน 1Q22 และ 62% ในเดือนเม.ย.-พ.ค. เราคาดว่าอยู่ที่ 57.4/70.8/77.3% ในปี 2022-24F เทียบกับ 76.0% ในปี 2019 อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ARR) เพิ่มขึ้นจาก 924 บาท/คืน ในปี 2021 เป็น 1,074 บาท ใน 1Q22 และ 1,160 บาท ในเดือนเม.ย.-พ.ค. เราคาดว่า ARR อยู่ที่ 1,207/1,391/1,592 บาท ในปี 2022-24F เทียบกับ 1,855 บาท ในปี 2019 Exhibit 8 แสดงสัดส่วนห้องพักของ ERW โดย 49% เป็นโรงแรม 1-2 ดาว, 42% เป็น 3-4 ดาว และ 9% เป็น 5 ดาว ด้วยสัดส่วนนี้ เราเชื่อว่า ERW จะยังคงมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวชาวจีนมากขึ้น ซึ่งเราคาดว่าจะเริ่มกลับมาในปีหน้าเป็นต้นไป Exhibit 9 แสดงโครงสร้างรายได้แยกตามประเทศในปี 2019

มี upside จากการเติบโตของโรงแรมราคาย่อมเยา (Budget Hotel)

ERW เข้าสู่กลุ่มราคาย่อมเยาในปี 2014 ภายใต้แบรนด์ “HOP INN” ERW มีโรงแรม 49 แห่ง ในไทย และ 6 แห่ง ในฟิลิปปินส์ ในปี 2021 EBITDA คิดเป็น 16% ของ EBITDA รวมปี 2019 และเป็นบวก 157 ลบ. ในปี 2021 เทียบกับกลุ่มอื่นที่มีผลขาดทุนในระดับ EBITDA HOP INN เป็นกลุ่มที่ ERW มองว่าจะเติบโตมากที่สุด เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของ ERW และนักเดินทางในประเทศที่แข็งแกร่ง ERW มีแผนที่จะขยาย HOP INN ทั้งในไทย และเอเชีย และตั้งเป้าว่ากลุ่มจะมีสัดสวน 40% ของ EBITDA ภายในปี 2025 อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ได้รวมการเติบโตนี้ เพราะ ERW ยังไม่ได้ประกาศว่าจะมีการขยายสาขาเป็นจำนวนเท่าไหร่

ฐานะทางการเงินดีขึ้น

หลังจากเพิ่มทุน 2.0 พันลบ. และการประเมินมูลค่าทรัพย์สินใหม่ที่ 2.7 พันลบ. ใน 2Q21 ยอดขายโรงแรมสองแห่งบนเกาะสมุยที่ 925 ลบ. ใน 4Q21 และโรงแรมสามแห่งในภูเก็ต หัวหิน และกระบี่ ที่ 1 พันลบ. ใน 2Q22 ฐานะการเงินและกระแสเงินสดของ ERW จึงดีขึ้นอย่างมาก เงินสดรับจากการขายสินทรัพย์สามารถช่วยเป็นเงินลงทุน 800 ลบ. สำหรับการลงทุนใน 8 โรงแรมใหม่ (7 Hop Inn และ Holiday Inn 1 แห่ง)  และการบำรุงรักษาโรงแรมในปีนี้ เราคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 1.6/1.4 เท่า ในปี 2022-23F เทียบกับ 1.6 เท่า ในปี 2021 และ debt covenant ที่ 2.5 เท่า

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version