TIDLOR (BUY) – สร้างสมดุลที่ดี – Target Price Bt40.00, Price Bt28.00
การเคร่งครัดในวินัยของ TIDLOR ในการรักษาระดับตั้งสำรองที่เหมาะสมและการลงทุนด้านไอทีอย่างต่อเนื่องทำให้เราต้องปรับลดคาดการณ์กำไรลง แม้สินเชื่อมีแนวโน้มสูงขึ้น เรามองว่าการพลิกโฉมธุรกิจของ TIDLOR เพื่อสร้างสมดุลที่ดีของผลกำไรในระยะสั้นและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งการันตีมูลค่าที่มีพรีเมี่ยมเมื่อเทียบคู่แข่ง แนะนำ “ซื้อ”
ปรับลดกำไรเล็กน้อย; แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 40 บาท
เพื่อสะท้อนแนวโน้มสินเชื่อที่สูงขึ้น แต่ credit cost สูงขึ้น เราจึงปรับกำไรของ TIDLOR ลงโดยเฉลี่ย 2% ในปี 2022-26F หลังปรับลดกำไร ราคาเป้าหมายปีฐาน 2023F ของเราจึงลดลงเหลือ 40 บาท จาก 45 บาท เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” TIDLOR เนื่องจาก 1) TIDLOR ยังคงเป็นหุ้นที่มีการเติบโตแข็งแกร่งด้วยคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 24% มีอันดับความน่าเชื่อถือ และ LLR สูงสุด ซึ่งทำให้ TIDLOR ลดความเสี่ยงได้ดีกว่าคู่แข่ง และ 2) “บัตรติดล้อ” ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จในด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ซึ่งเราคาดว่าหนุนการขยายตัวของสินเชื่อ 3) ยอดขายประกันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง โดย 90% เป็นลูกค้าที่ไม่ได้มาขอสินเชื่อกับบริษัทฯ (non-captive) 4) การซื้อขายที่ valuation ที่สูงกว่าคู่แข่งนั้นสมเหตุสมผล ด้วยคุณภาพงบดุลที่เหนือกว่าของ TIDLOR
ผลิตภัณฑ์ใหม่ – ปัจจัยผลักดันที่ดี
หลังเปิดตัวสินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์เต็มที่ในปี 2021 TIDLOR ก็ได้เปิดตัวบัตรติดล้อ (เงินสดหมุนเวียน) สำหรับลูกค้าสินเชื่อทะเบียนรถยนต์พร้อมแคมเปญอัตราดอกเบี้ยพิเศษในช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.2022 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จำนวนบัตรเงินสดเพิ่มขึ้นจาก 2.85 แสนใบ ในเดือนธ.ค.2021 เป็น 4.0 แสนใบ ในเดือนมิ.ย.2022 โดยมีอัตราการเปิดใช้งาน 52% อัตราการเข้าถึงสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ได้บรรลุ 70% ขณะที่อัตราการเข้าถึงกลุ่มรถยนต์ยังคงต่ำที่ 20-30% TIDLOR คาดว่าการเข้าถึงบัตรติดล้อของสินเชื่อทะเบียนรถยนต์จะเพิ่มขึ้นอีก แต่ไม่น่าจะถึง 70% เท่ากับรถจักรยานยนต์ เราคาดว่าบริษัทฯ จะเดินหน้าเก็บเกี่ยวประโยชน์จากดิจิทัลต่อเนื่องเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเติบโตด้วยต้นทุนการเข้าซื้อกิจการที่ต่ำลง
ยอดขายประกันสูงขึ้น
ด้วยลูกค้ามากกว่า 90% เป็นลูกค้าที่ไม่ได้มาขอสินเชื่อกับบริษัทฯ (non-captive) รายได้ประกันที่เติบโตแข็งแกร่งของ TIDLOR จึงไม่ได้เป็นผลมาจากการเติบโตของสินเชื่อ ซึ่งสามารถมองได้ว่าเป็นปัจจัยหนุนกำไรแยกต่างหาก ซึ่งทำให้โมเดลการสร้างรายได้มีความหลากหลายมากกว่าของคู่แข่ง การรีแบรนด์เป็น “ประกันติดล้อ” ในเดือนมิ.ย. ครองส่วนแบ่งมากเป็นอันดับ 2 ด้วยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 40% สูงกว่าการเติบโตของตลาดที่ต่ำกว่า 5% โดยเฉลี่ย ค่าธรรมเนียมประกันภัยคิดเป็น 10% ของรายได้รวมใน 1H22 และบริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตที่ 15% ในช่วง 3-5 ปี
ฐานะการเงินมีคุณภาพที่เหนือกว่า
TIDLOR ตั้งเป้าที่จะคงตั้งสำรองต่อสินเชื่อทั้งหมดไว้มากกว่า 4% ด้วยหนี้ช่วงโควิดกำลังจะสิ้นสุดลง NPLs กำลังเพิ่มขึ้นแต่น่าจะอยู่ภายใต้การควบคุมที่ต่ำกว่า 2% และมีอัตราส่วน loans loss coverage มากกว่า 200% เบาะรองรับจึงเกินพอในมุมมองของเรา ด้วยมีอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดที่ A และวงเงินที่มีอยู่มากกว่า 2.4 หมื่นลบ. จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ TIDLOR จึงมีเงินทุนเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตที่ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
