BGRIM (BUY) – มีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก – Target Price Bt54.00, Price Bt45.75
BGRIM เป็นหนึ่งในหุ้น Top Picks ของเราในกลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากมีศักยภาพในการเติบโตสูงที่สุดเทียบกับหุ้นในกลุ่มฯ นอกจาก EPS ที่เราคาดเติบโตถึง 23% ต่อปี ในปี 2022-23F บริษัทยังมีเป้าเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเป็นสองเท่าในสามปี ทำให้แนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งยังต่อเนื่อง
เป็น Top Pick ในกลุ่มฯของเรา
นอกเหนือจากบมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) แล้ว BGRIM เป็นอีกหนึ่งใน Top Pick ของเราในกลุ่มสาธารณูปโภค เนื่องจาก 1) เรามองว่า BGRIM มีศักยภาพในการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า ด้วยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิต 2.7GW (เทียบกับกำลังการผลิตเดิมที่ 2.0GW) ในสามปี 2) เราคาดกำไรเติบโต 25% และ 21% ในปี 2022-23F จากปริมาณขายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม (IUs) ที่เพิ่มขึ้น และกำลังการผลิตใหม่ โดยประมาณการกำไรของเรารวมกำไรจากโครงการที่คาดจะได้มาใหม่เพียง 400MW (จากเป้าหมาย 2.7GW) 3) ราคาหุ้นปรับตัวลงมาแล้ว 16% YTD ซึ่งน่าจะสะท้อนผลลบจากอัตรากำไรของ SPP ที่จะอ่อนแอในระยะสั้นแล้ว ในขณะที่เรามองว่าแนวโน้มการเติบโตระยะยาวยังคงเดิม เราปรับประมาณการกำไรปี 2021-22F ขึ้น 5% เพื่อสะท้อนการเติบโตของยอดขาย IU ที่ดีกว่าคาดซึ่งช่วยชดเชยผลลบจากต้นทุนราคาก๊าซที่สูงขึ้น ดังนั้นราคาเป้าหมาย (ปี 2022F) ของเราจึงถูกปรับขึ้นเป็น 54 บาท
ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง
BGRIM ตั้งงบลงทุน 2.5-3.0 แสนลบ. เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 10GW ภายในปี 2030 จาก 3.1GW ในปัจจุบัน โดยมีเป้าระยะสั้นในการหาสัญญาการผลิตเพิ่มเติม 2.7GW ซึ่งจะมาจากทั้งการทำ M&As และการลงทุนในโครงการใหม่ในช่วงสามปีนี้ (Exhibit 1) เรารวมมูลค่าจากการโอกาสเข้าลงทุนในโครงการใหม่เหล่านี้ไว้ในราคาเป้าหมายแล้ว 10.1 บาท/หุ้น แต่รวมเพียงบางส่วนของโครงการใหม่นี้ในประมาณการกำไร เนื่องจากกรอบเวลาการลงทุนที่ยังไม่แน่นอน BGRIM ไม่คาดว่าจะต้องเพิ่มทุนเพื่อลงทุนในโครงการเหล่านี้ เพราะน่าจะเป็นการทยอยลงทุน ดังนั้นกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและความสามารถในการก่อหนี้จะเพียงพอต่อการลงทุน อีกทั้งยังมีทางเลือกในการนำโรงไฟฟ้าในเวียดนามเข้าจดทะเบียน
การใช้พลังงานฟื้นตัวแข็งแกร่ง
ปัจจัยหลักที่หนุนการคาดการณ์การเติบโตกำไรที่ของเราที่ 25% และ 21% ในปี 2022-23F มาจากปริมาณขายไฟฟ้าให้กลุ่มลูกค้า IU ที่เราคาดเติบโตปีละ 15% (จาก 14% ในปี 2021F) จากการฟื้นตัวของความต้องการไฟฟ้าจากภาคอุตสาหกรรม ฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และการเริ่มดำเนินการของโรงไฟฟ้าใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยยอดขายที่ดีนี้จะชดเชยผลกระทบจากต้นทุนราคาก๊าซที่สูงขึ้นใน 1H22F ได้ เราคาดการประหยัดต้นทุนจากจากการนำเข้า LNG จะเริ่มสะท้อนให้ได้ในกำไรของปี 2022F เป็นต้นไป
การนำเข้า LNG ปลดล็อกการเติบโต
BGRIM มีโควตานำเข้า LNG 1.2 ล้านตันต่อปี เทียบเท่า 25% ของปริมาณก๊าซที่ใช้ในโรงไฟฟ้า สัดส่วนการนำเข้าที่ยังต่ำในขั้นตอนนี้นั้นเนื่องจาก BGRIM ยังมีสัญญาซื้อขายก๊าซระยะยาวกับกลุ่ม ปตท. อยู่ เราคาดว่าการนำเข้าจะเริ่มขึ้นได้ใน 1H22F และทยอยเพิ่มปริมาณขึ้น ซึ่งการนำเข้า LNG นี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนก๊าซสำหรับโรงไฟฟ้าเดิม แต่ยังทำให้ BGRIM มีศักยภาพในการพัฒนาโรงไฟฟ้าสำหรับลูกค้าองค์กร (ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง, IPS) กล่าวคือด้วยต้นทุนก๊าซที่ลดลงจากการนำเข้า LNG จะทำให้ BGRIM สามารถขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า IPS ได้ในราคาที่ถูกกว่าราคาไฟฟ้าจากภาครัฐฯ โดย BGRIM ตั้งเป้าจะพัฒนาโรงไฟฟ้า IPS รวม 500-1000MW ภายในปี 2030

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
