Company Equity 23 Oct 2023, 19:56

CK (BUY) – รวมการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ – Target Price Bt26.00, Price Bt21.50


เมื่อรวมการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 10% ต่อปี ในปี 2024-25F เราจึงปรับลดกำไรจาก CK และราคาเป้าหมายลงเป็น 26 บาท แต่เรายังคงมองว่ากำไรจะเติบโตมั่นคงเฉลี่ยที่ 20% ในปี 2023-26F เนื่องจากงานในมือที่สูงเป็นประวัติการณ์ และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น ด้วยซื้อขายที่ส่วนลด 42% จากมูลค่าตลาดของบริษัทร่วม เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

CK ไม่กังวลมากนักต่อนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจาก 1) แรงงานส่วนใหญ่มีทักษะและมีเงินเดือนสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 2) มีปัจจัยหนุนอัตรากำไรซึ่งรวมอยู่ในการเสนอราคาเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนแรงงานและวัสดุก่อสร้างที่ผันผวน และ 3) อัตราค่าแรงใหม่จะถูกนำมาใช้เมื่อมีการประมูลโครงการใหม่ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ CK สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 7-10% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แม้ต้องเผชิญกับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหลายครั้ง แต่เนื่องจาก 55% ของต้นทุนรวมของ CK มาจากค่าใช้จ่ายสำหรับผู้รับเหมาช่วง เราจึงกังวลว่า CK อาจต้องช่วยพวกเขาส่วนหนึ่งเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายแรงงานที่เพิ่มขึ้น ด้วยโบรกเรามองว่าค่าแรงขั้นต่ำจะถูกปรับขึ้น 10% ต่อปี ในปี 2024-25F เราจึงปรับลดประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นลง 0.9-1.2pp เป็น 7.4/7.1% ในปี 2024-25F และปรับกำไรลง 9-15%

ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 26 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”

ด้วยปรับมาใช้ปีฐานปี 2024F ราคาเป้าหมายของเราจึงลดลงเหลือ 26 บาท/หุ้น (จาก 29 บาท) และเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CK เนื่องจาก 1) ราคาหุ้นลดลงไปแล้ว 10% จากจุดสูงสุดของปีนี้ 2) แม้จะปรับกำไรลง แต่เราคาดว่ากำไรจะเติบโตเฉลี่ยที่ 20% ในปี 2023-26F โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่มีมูลค่างานในมือสูงเป็นประวัติการณ์ และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของกำไรของบริษัทร่วม และ 3) เรามองว่ามูลค่าไม่แพง ด้วยการซื้อขายหุ้นที่ส่วนลด 42% จากมูลค่าตลาดของบริษัทร่วม ซึ่งหมายความว่านักลงทุนที่ซื้อ CK จะได้รับส่วนลด 42% จากมูลค่าตลาดของพอร์ตการลงทุนและธุรกิจรับเหมาก่อสร้างฟรี

ธุรกิจก่อสร้างอยู่ในช่วงต้นของรอบการเติบโต

มูลค่างานในมือของ CK ซึ่งรวม โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง 9.1 หมื่นลบ. ซึ่งทำให้มีมูลค่างานในมือสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.49 แสนลบ. ณ สิ้น 1Q23 นอกจากนี้ยังคาดว่าจะได้ลงนามในสัญญาสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกมูลค่า 1.09 แสนลบ. ด้วย เนื่องจากคดีความในศาลในเรื่องกระบวนการประมูลราคาเกือบทั้งหมดถูกยกฟ้องแล้ว และด้วยโครงการอื่นๆ ที่กำลังจะมีขึ้น (ดู Exhibit 5) งานในมือรวม 2.64 แสนลบ. จึงน่าจะช่วยรองรับการเติบโตของรายได้จากการก่อสร้างในอีกอย่างน้อย 4 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่มีศักยภาพสูงอีก 2 โครงการ ได้แก่ งาน M&E มูลค่า 2.7 หมื่นลบ. สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และงานก่อสร้างทางด่วน 2 ชั้น มูลค่า 3.5 หมื่นลบ. เนื่องจากโครงการเหล่านี้มีแนวโน้มสูงที่จะดำเนินการโดยบมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ ( BEM “ซื้อ”) ซึ่ง CK ถือหุ้น 34%

เงินปันผลรับและมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมสูงต่อเนื่อง

เพื่อลดความผันผวนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง CK จึงได้ลงทุนในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับรายได้ประจำ ด้วยมีแรงหนุนจากกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ BEM ในปีนี้เป็นต้นไป และการฟื้นตัวของบมจ. ซีเค พาวเวอร์ (CKP “ซื้อ”) ที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ 30% เราจึงคาดว่าปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมของ CK จะเพิ่มขึ้นจาก 2.0 พันลบ. ในปีนี้ เป็น 2.1-2.3 พันลบ. ในปี 2024-25F vs 1.4-2 พันลบ. ในปี 2018-22

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version