Company Equity 29 July 2021, 04:51

PLANB (SELL) – ประกาศเพิ่มทุน – Target Price Bt5.00, Price Bt6.00


  • อัตราส่วนการจัดสรรคือ 12.5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ และ …
  • … 2 หุ้นที่ออกใหม่ต่อ 1 หน่วยของ PLANB-W1 …
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อสินทรัพย์สื่อจาก MACO และขยายกิจการ
  • รวมการใช้สิทธิในใบสำคัญแสดงสิทธิ EPS dilution จะอยู่ที่ 10.7%

PLANB ประกาศเพิ่มทุนดังต่อไปนี้ 

1. หุ้นที่ออกใหม่ จำนวน 311 ล้านหุ้น สำหรับขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตราส่วน 12.50 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นที่ออกใหม่ ในราคาเสนอขาย 5 บาทต่อหุ้น

2. ใบสำคัญแสดงสิทธิ PLANB-W1 แก่ผู้ถือหุ้นที่จองซื้อและได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนในอัตราการจัดสรรหุ้นที่ออกใหม่ 2 หุ้น ต่อ PLANB-W1 1 หน่วย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ 3 ปี และราคาใช้สิทธิเท่ากับ 8 บาท/หุ้น

  • เงินที่ได้มาจะถูกนำไปใช้เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์สื่อจาก MACO การขยายกิจการ เงินทุนหมุนเวียน และดีลในการควบรวมกิจการที่อาจเกิดขึ้น
  • เรามองว่าเป็นดีลที่ดีในระยะยาว เนื่องจากจะช่วยแก้ไขผลขาดทุนของ PLANB จากการบริหารจัดการสื่อของ MACO สรุปโดยย่อในเดือนก.ค.2020 PLANB ได้ลงนามในสัญญาระยะเวลาห้าปีเพื่อบริหารจัดการสื่อโฆษณานอกบ้านของ MACO โดยมีรายได้ (revenue capacity) ประมาณ 1.4 พันลบ.ต่อปี และประกันขั้นต่ำ 700 ลบ.ต่อปี ในทางกลับกัน PLANB จะได้รับส่วนแบ่ง 15% จากรายได้ของ MACO ไม่เกิน 900 ลบ. และ 10% จากรายได้ที่มากกว่า 900 ลบ. น่าเสียดายที่โควิด-19 ทำให้มีรายได้ต่ำเพียง 120-130 ลบ./ไตรมาส ด้วยการรับประกันขั้นต่ำ 165 ลบ./ไตรมาส PLANB จึงมีผลขาดทุนจากข้อตกลงนี้ การซื้อสินทรัพย์สื่อบางส่วนจาก MACO จะทำให้ PLANB สามารถจ่ายประกันขั้นต่ำที่ต่ำลงเป็น 250 ลบ./ปี หรือ 63 ลบ./ไตรมาส
  • อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทุนจะทำให้เกิด EPS dilution ประมาณ 7.4% หากเรารวมการใช้สิทธิในใบสำคัญแสดงสิทธิ EPS dilution จะเท่ากับ 10.7%
  • เราแนะนำ “ขาย” PLANB เนื่องจากเรากังวลกับ 1) valuation ที่แพงที่ 57 เท่า PE ในปี 2022F เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 45 เท่า ในปี 2015-19 2) ความเสี่ยงของสื่อนอกบ้านที่จะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดไปยังสื่อออนไลน์ และ 3) ความเสี่ยงที่จะถูก de-rate หาก PLANB ไม่สามารถเติบโตได้สูงดังที่เคยเป็นมา
  • มุมมองของเรา: เรามีมุมมองที่ไม่เป็นบวกต่อธุรกรรมนี้ ประการแรก โอเลฟินไม่ใช่ธุรกิจหลักของ TOP ประการที่สอง ไม่มี synergy ที่ TOP จะได้รับจากการซื้อโรงงานโอเลฟินในอินโดนีเซีย ประการที่สาม TOP จะถือหุ้นเพียง 15.38% ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับ equity accounting แต่รายได้จากโครงการนี้จะอยู่ในรูปของเงินปันผลแทน สุดท้ายนี้ TOP กำลังลงทุนกับสิ่งที่เราคิดว่าอยู่จุดสูงสุดของวัฏจักรเคมิคอลแล้ว

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version