NEX (BUY) – มองการเติบโตช้าลง–Target Price Bt15.00, Price Bt11.20
เราคาด NEX จะมียอดขาย CEV เพียง 300 คัน ใน 2H23F หลังลูกค้ารายใหญ่ขอเลื่อนการจัดส่ง E-bus ออกไปปีหน้า เราปรับลดคาดการณ์การส่งมอบ CEV ของ NEX ลงเหลือ 1.4/3.0/4.0 พันคันในปี 2023-25F แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลงมาสะท้อนยอดขายที่ชะลอตัวลงไปแล้ว ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 15 บาท
เราปรับประมาณการกำไรปี 2023-25F ของ NEX ลงถึง 63/45/37% ด้วยเหตุผล 3 ข้อคือ 1) เราคาด NEX ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (CEV) รวมรถเมล์ไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าได้เพียง 300 คัน ใน 2H23F (จาก 1.1 พันคัน ใน 1H23) หลังลูกค้ารายใหญ่ขอเลื่อนการส่งมอบรถเมล์ไฟฟ้า ในปีนี้ 2) เราใช้สมมติฐานที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยคาด NEX จะมียอดขาย CEV เพียง 1.4/3.0/4.0 พันคัน ในปี 2023-25F (เดิมคาด 4.0/5.0/6.0 พันคัน) หลังแนวโน้มการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าเพื่อการบริการรถสาธารณะที่ช้ากว่าที่เราคาดไว้ 3) ยอดขาย CEV ที่ลดลงยังทำให้กำไรจากธุรกิจบริการซ่อมบำรุงของ NEX ลดลงด้วย ราคาเป้าหมายของเราลดลงเหลือ 15 บาท (จาก 22.5 บาท) หลังปรับประมาณและปรับมาใช้ปีฐาน 2024F
การส่งมอบรถเมล์ไฟฟ้าสะดุดช่วงสั้น
เราคาด NEX จะมียอดขายรถเมล์ไฟฟ้าเพียง 200 คัน ใน 2H23F หลังลูกค้ารายใหญ่ คือ Thai Smile Bus (TSB) ขอเลื่อนการส่งมอบรถเมล์ไฟฟ้าออกไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเนื่องจาก 1) จำนวนผู้โดยสารรถโดยสารสาธารณะฟื้นตัวช้าหลังโควิด ทำให้ TSB ตัดสินใจชะลอการเพิ่มจำนวนรถในระยะสั้น 2) การติดตั้งสถานีชาร์จที่อู่รถช้ากว่าคาดในการรอการอนุมัติเชื่อมโยงกับโครงข่ายไฟฟ้า ทำให้ไม่เพียงพอต่อการขยายจำนวนรถของ TSB ในบางเส้นทาง แต่ทั้งนี้เนื่องจาก TSB ยังคงคำสั่งซื้อ รถเมล์ไฟฟ้าที่ 3.0 พันคัน เราจึงคาดว่ายอดส่งมอบคงค้างอีก 800 คันจะเพียงถูกเลื่อนไปยังปี 2024F โดยเราคาดว่ายอดขายรถเมล์ไฟฟ้า 1.5/2.0 พันคัน ในปี 2024-25F จากการส่งมอบยอดคงค้างนี้ และปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้รถเมล์ไฟฟ้าจากภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น การเร่งเปลี่ยนไปใช้รถเมล์ไฟฟ้าในการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในไทย และการส่งออก
เริ่มมียอดขายรถบรรทุกไฟฟ้าเข้ามา
เราคาด NEX จะมียอดขายรถบรรทุกไฟฟ้า 100 คัน ใน 2H23F หลังเริ่มมียอดสั่งซื้อขนาดเล็กจากผู้ประกอบการขนส่งสินค้า เพื่อลองเริ่มใช้รถไฟฟ้า เรามองว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 1.5/2.0 พันคัน ในปี 2024-25F จากคำสั่งซื้อซ้ำจากลูกค้ากลุ่มแรกนี้ในปริมาณที่มากขึ้น และ NEX ยังคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ขึ้นจากผู้ให้บริการขนส่งรายใหญ่ในไทยเข้ามาเพิ่มเติมในปีหน้า โดยเราเชื่อว่าแนวโน้มการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าจะเกิดได้เร็วในภาคเอกชน ทั้งในอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าและรถโดยสาร หลังการเริ่มบังคับใช้ภาษีการปล่อยมลพิษทั่วโลก ทำให้ผู้ให้บริการต้องเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้ลูกค้า
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” NEX แม้ปรับลดประมาณการกำไรลงอย่างมาก เนื่องจากเรายังคงมุมมองต่อแนวโน้มการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเราคาดจะเร่งตัวขึ้นจาก 1) มาตรการการเก็บภาษีคาร์บอน 2) ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และ 3) ภาคเอกชนน่าจะสามารถลงทุนจัดหารถไฟฟ้าได้มากขึ้นหลังธุรกิจเริ่มฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด และเนื่องจากประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาการส่งออก เราจึงมองว่าจำเป็นต้องนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะสร้างโอกาสการส่งออกผลิตภัณฑ์ CEV ให้เป็นปัจจัยการขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของ NEX ได้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
