Company Equity 25 May 2024, 21:56

KCG (BUY) – บริหารจัดการต้นทุนได้ดี – Target Price Bt12.50, Price Bt9.90


แม้ตลาดจะกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ แต่เรายังคาดว่า EPS จะเติบโต 16%/17%/14% ในปี 2024-26F ขณะที่รายได้ยังเติบโตแข็งแกร่ง บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมองว่าราคาไม่แพงที่ 13/11 เท่า 2024-25F PE

คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” KCG โดยให้ราคาเป้าหมายที่ปรับมาใช้ปีฐาน 2025F ที่ 12.5 บาท/หุ้น (จาก 12 บาท) 1) เรามองว่า KCG ไม่แพง ซื้อขายที่ PE ที่ 13/11 เท่า ในปี 2024-25F เทียบกับแนวโน้มการเติบโตของ EPS ที่ 16%/17%/14% ในปี 2024-26F 2) KCG เป็นผู้นำตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจชีสและเนย โดยมีการบริหารงานจากทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ที่แข็งแกร่ง ซึ่งกำลังขยายสายผลิตภัณฑ์พร้อมกับมีกลยุทธ์การบริหารต้นทุนที่ดี 3) ต้นทุนวัตถุดิบของ KCG เพิ่มขึ้นน้อยกว่าแนวโน้มของตลาด และค่าเงินบาทที่แข็งค่าช่วยให้บริษัทฯ สามารถนำเข้าต้นทุนได้ถูกลง เรายังคงคาดว่า EBIT margin จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงขึ้นเพิ่มขึ้น และ SG&A/Sales ที่ลดลง

กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุน  

เนื่องจากอุปทานที่ลดลงจากปัจจัยทางสภาพอากาศ ครีมชีสดิบ และไขมันนม ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของ KCG (30% ของต้นทุนขาย) เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% y-y ใน 3Q24 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปี KCG ได้ใช้วัตถุดิบที่ราคาถูกกว่าและซื้อวัตถุดิบในปริมาณมากขึ้นเพื่อให้ได้ส่วนลดมากขึ้น บริษัทฯ คาดว่าต้นทุนวัตถุดิบโดยรวมจะเพิ่มขึ้นเพียง 10% และจะทรงตัวใน 4Q24F นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์การประหยัดต้นทุนอื่นๆ เช่น การจ้างผลิต OEM สำหรับสินค้าที่มีปริมาณน้อย และลดจำนวนพนักงานโดยใช้ซอฟต์แวร์สำหรับงานด้านการบริหาร KCG มองเห็นโอกาสในการใช้มาตรการลดต้นทุนเพิ่มเติม เราคาดว่า EBIT margin จะอยู่ที่ 7.3/7.6/7.8% ในปี 2024-26F เทียบกับ 5.8% ในปี 2023

การปรับผลิตภัณฑ์

KCG กำลังทำการปรับผลิตภัณฑ์เพื่อลบผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรต่ำหรือไม่มีเลย บริษัทฯ ลดเป้าการเติบโตของรายได้จากระดับสิบต้นๆ ในปีนี้เป็นเลขหลักเดียวปลายๆ แต่คาดว่าจะมีผลกระทบเชิงบวกต่อกำไร KCG มีรายได้เติบโต 7% y-y ใน 1H24 และเราคาดว่าจะเติบโต 9% ใน 2H24F KCG ยังคงมุ่งเน้นในการเพิ่มลูกค้าร้านอาหารโดยเสนอผลิตภัณฑ์ที่ปรับแต่งตามความต้องการมากขึ้น นอกจากนี้ยังขยายสายผลิตภัณฑ์ชีสและเนยเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคในร้านค้าปลีก ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ชีสที่สามารถรับประทานคู่กับอาหารไทย

ได้ประโยชน์จากเงินบาทที่แข็งค่า

KCG เป็นบริษัทนำเข้าสุทธิ บริษัทฯ นำเข้าวัตถุดิบหลัก เช่น ชีสดิบ และเนย จากผู้ผลิตในประเทศยุโรปและโอเชียเนีย เราประเมินว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จะช่วยเพิ่มกำไรของ KCG ขึ้น 1.5% ปัจจุบันค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เราสมมติให้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 35.4/33.9/33.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024-26F ในประมาณการของเรา

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version