Company Equity 22 Sept 2024, 19:48

CK – (BUY) – อยู่ในเส้นทางการเติบโต – Target Price Bt26.00, Price Bt20.40


งานในมือมูลค่า 2.23 แสนลบ., โครงการที่มีศักยภาพสูง 6.2  หมื่นลบ. และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมของ CK หนุนคาดการณ์การเติบโตของกำไรเฉลี่ยของเราที่ 11% ในปี 2024-26F ด้วยราคาหุ้นที่ซื้อขายอยู่ที่ส่วนลด 44% ของมูลค่าตลาดของบริษัทในเครือ และได้ธุรกิจรับเหมาฟรี CK จึงเป็น Top Pick ของเราในกลุ่มฯ 

คงคำแนะนำ “ซื้อ”

บทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง “รอบการเติบโตใหม่” วันที่ 16 ตุลาคม 2024 เราได้ปรับประมาณการกำไรของ CK และปรับมาใช้ปีฐาน 2025F อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเราได้เพิ่มอัตราคิดลดขึ้น 0.5ppts เป็น 7.7-8.7% เพื่อสะท้อนถึงเบต้าที่สูงขึ้น ราคาเป้าหมายของเราจึงยังคงอยู่ที่ 26 บาท/หุ้น เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CK หนุนโดย 1) การเติบโตของกำไรเฉลี่ยที่ 11% ในปี 2024-26F จากงานในมือที่สูงเป็นประวัติการณ์ และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่สูงขึ้น 2) เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการดำเนินการโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของรัฐบาลมูลค่า 4.3 แสนลบ. ในปี 2025-27F และมีโครงการที่มีศักยภาพสูงมูลค่า 6.2 หมื่นลบ. และ 3) เรามองว่ามีมูลค่าที่ถูกที่สุด

คาดกำไรเติบโตเฉลี่ยที่ 11% ในปี 2024-26F

CK กำลังได้ประโยชน์จากการเติบโตของกำไรในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรวมถึงผลตอบแทนจากบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทฯ มีงานในมือมูลค่า 2.23 แสนลบ. และโครงการที่มีศักยภาพสูงมูลค่า 6.2 หมื่นลบ. ซึ่งคิดเป็น  8 เท่า ของรายได้ปี 2024F เราคาดว่าโครงการเหล่านี้จะช่วยหนุนให้รายได้จากรับเหมาก่อสร้างเติบโตที่ 3/5/7% y-y ในปี 2024-26F แม้เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ CK จะลดลงเหลือ 7.8% ในปี 2024F (เทียบกับ 8% ใน 1H24) และเหลือ 7.5% ในปี 2025-27F เนื่องจากมีสัดส่วนของโครงการเมกะโปรเจกที่มักมีอัตรากำไรต่ำมากขึ้น และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5/10% ในปี 2024-25F แต่เราคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เติบโต 11/13/10% y-y ในปี 2024-26F จากกำไรที่สูงเป็นประวัติการณ์ของ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM, “ซื้อ”) ที่ถือหุ้น 34% และการฟื้นตัวของกำไรจากบมจ. ซีเค พาวเวอร์ (CKP, “ซื้อ”)  ที่ถือหุ้น 30% จะทำให้กำไรของ CK เติบโต 6/12/14% y-y ในปี 2024-26F

ถูกที่สุดในมุมมองของเรา

เรามองว่า CK มีมูลค่าที่น่าสนใจ เนื่องจากคาดว่ากำไรจะเติบโตเฉลี่ยที่ 11% ในปี 2024-26F ทำให้ PE ของบริษัทฯ ลดลงจาก 22 เท่า ในปี 2024F เป็น 20 เท่า และ 18 เท่าในปี 2025-26F นอกจากนี้ หุ้นยังซื้อขายในระดับที่มีส่วนลด 44% จากมูลค่าตลาดของพอร์ตการลงทุนของบริษัท กล่าวอีกนัยหนึ่ง นักลงทุนที่ซื้อ CK จะได้รับส่วนลด 44% จากมูลค่าตลาดของ BEM, CKP และ TTW (TTW, not rated) (ถือหุ้น 19%) พร้อมกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างฟรี

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่สูงไม่ใช่ปัจจัยกังวล

อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของ CK อยู่ในระดับสูงถึง 2 เท่า ณ สิ้นสุด 2Q24 แต่เราไม่กังวลมากนักในเรื่องของข้อจำกัดทางการเงินของบริษัทฯ นอกจากอัตราส่วน debenture covenant ratio ที่อยู่ที่ 3 เท่าแล้ว มูลค่าพอร์ตการลงทุนที่ 6.2 หมื่นลบ. ตามราคาตลาดปัจจุบันยังสูงกว่าหนี้สุทธิที่ 5.1 หมื่นลบ. ณ สิ้น 2Q24 อีกด้วย ที่จริงแล้ว เนื่องจากอันดับเครดิต A- จาก TRIS Rating CK ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้มูลค่า 5.5 พันลบ. อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว 3.4-4.1% ต่อปี เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ที่มีอยู่และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนได้สำเร็จ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version