Company Equity 31 May 2024, 18:58

PTTGC (SELL) – เผชิญกับความท้าทายหลายประการ –   Target Price Bt23.00, Price Bt26.50


PTTGC เผชิญกับความท้าทายหลายประการในเวลาเดียวกัน ได้แก่ ราคาน้ำมันที่ต่ำ, petrochemical spreads ที่ต่ำ, GRM ที่อ่อนแอ และความเสี่ยงด้านนโยบาย เรายังคงแนะนำ “ขาย” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 23

ช่วงเวลาที่ยากลำบาก แนะนำ “ขาย”

บทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์กลุ่มพลังงาน “ปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอลง” วันที่ 4 พฤศจิกายน 2024 เราคงคำแนะนำ “ขาย” PTTGC โดยมีราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2025F) ที่ 23 บาท จากเดิม 25 บาท เนื่องจาก 1) บริษัทฯ เผชิญกับความท้าทายหลายประการในเวลาเดียวกัน ขณะที่ราคาน้ำมันที่ต่ำส่งผลกระทบเชิงลบต่อหน่วยปิโตรเคมีที่ใช้ก๊าซ petrochemical spreads ที่อ่อนแอส่งผลกระทบต่อหน่วยปิโตรเคมีที่ใช้แนฟทา และ GRM ที่อ่อนแอก็กระทบต่อธุรกิจการกลั่นของบริษัทฯ  นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากนโยบายอุดหนุนราคาพลังงานของรัฐบาลยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอีกด้วย 2) PTTGC มีกำไรที่ต่ำกว่าที่เคยเป็น แม้ว่าเราคาดว่าบริษัทฯ จะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า และคาดการณ์ ROE ที่เพียง 3.3% ในปี 2026F และ 3) เรามองว่าหุ้นมีมูลค่าที่แพงที่ 24.1 เท่า PE และ 0.4 เท่า P/BV ในปี 2025F

ปรับลดกำไรมากขึ้น

เราลดประมาณการกำไรปกติของ PTTGC จากมีกำไรเป็นขาดทุนในปีนี้ และลดลง 35/27% ในปี 2025-26F เนื่องจาก petrochemical spreads และ GRM ที่อ่อนแอกว่าที่คาด (ดู Exhibit 1) เนื่องจากวัฏจักรขาลงยังคงดำเนินต่อไป เราจึงลดสมมติฐาน HDPE-naphtha spread 4/12/18% เป็น US$330/350/370 สำหรับปี 2024-26F นอกจากนี้ ตลาดการกลั่นยังอ่อนแอ เราจึงลดสมมติฐานGRM ลง 14/16/13% เป็น US$4.3/4.2/ 5.0/bbl  ในปี 2024-26F ด้วย

ธุรกิจปิโตรเคมีเผชิญปัจจัยลบหลายประการ

ปัจจัยหลายประการส่งผลกระทบต่อธุรกิจปิโตรเคมีของ PTTGC โดย 1)  ราคาน้ำมันที่ต่ำส่งผลลบต่อหน่วยปิโตรเคมีที่ใช้ก๊าซ เนื่องจากแม้ว่าต้นทุนก๊าซในประเทศจะมีความเสถียรมากกว่าราคาน้ำมัน แต่ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสุดท้ายกลับเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน 2) ความสามารถในการทำกำไรของหน่วยปิโตรเคมีที่ใช้ก๊าซยังเชื่อมโยงกับกำไรของโรงแยกก๊าซ (GSP) ของ PTT ด้วย ดังนั้น กำไรที่ลดลงจาก GSP อันเนื่องมาจากนโยบายการอุดหนุนของรัฐบาล จึงหมายถึงความสามารถในการทำกำไรที่ลดลงสำหรับ PTTGC ด้วย เราคาดว่าสิ่งนี้จะทำให้ฐานกำไรของ PTTGC ลดลงปีละ 2.7 พันลบ. ตั้งแต่ปี 2025F เป็นต้นไป และ 3) petrochemical spreads (เทียบกับแนฟทา) ก็ส่งผลกระทบต่อหน่วยปิโตรเคมีที่ใช้แนฟทาด้วย โดยสังเกตว่าก๊าซ (อีเทน) คิดเป็นราว 35% ของต้นทุนวัตถุดิบ และแนฟทาคิดเป็น 65%

อ่อนแอใน 3Q24F

เราคาดว่าจะมีผลขาดทุนสุทธิที่ 1.2 หมื่นลบ. ใน 3Q24F เทียบกับกำไร 1.8 พันลบ. ใน 2Q24F โดยในจำนวนขาดทุนทั้งหมด 9.0 พันลบ. เกิดจากการด้อยค่าจาก Vencorex หากพิจารณาจากกำไรปกติ เราประเมินว่าผลขาดทุนปกติจะอยู่ที่ 3.8 พันลบ. ใน 3Q24F เทียบกับขาดทุน 2.0 พันลบ. ใน 2Q24 นอกจากนี้ เรายังคาดว่าจะมีผลขาดทุนใน 4Q24F ด้วย เนื่องจาก GRM ที่ต่ำลง และส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจาก Allnex อันเป็นผลมาจากปัจจัยฤดูกาล

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version