Company Equity 26 May 2024, 19:12

MINT (BUY) – มุมมองบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์–Target Price Bt44.00, Price Bt27.00


  • ธุรกิจโรงแรมแข็งแกร่ง
  • ธุรกิจอาหารดีขึ้น
  • แผนออก REIT เพื่อให้อัตราส่วนหนี้สินลดลง
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT

Analyst Meeting

  • หลังจากเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ของ MINT เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ MINT ธุรกิจโรงแรมในยุโรปและเอเชียยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องใน 4Q24 และธุรกิจอาหารในประเทศไทย ออสเตรเลีย และจีนก็มีแนวโน้มดีขึ้นเช่นกัน สำหรับปี 2025 MINT คาดว่า RevPAR จะเติบโตอย่างน้อย 5% ในกลุ่มโรงแรมทั้งหมด ในด้านงบดุล MINT มีแผนที่จะขายลูกหนี้การค้าให้กับบุคคลที่สามกภายในสิ้นปีนี้ และออกกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่า US$1.5bn ในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า เพื่อชำระคืนหนี้และลดความเสี่ยงจากกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมตราสารอนุพันธ์ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT
  • ธุรกิจโรงแรม
  • ณ สิ้น 3Q24 MINT มีโรงแรมทั้งหมด 561 แห่ง มีห้องพักรวม 81,430 ห้อง โดย 31% ของจำนวนดังกล่าวใช้โมเดลแบบ Asset-light MINT ตั้งเป้าที่จะขยายจำนวนห้องพักเป็น 120,264 ห้อง ภายในปี 2026 โดยเน้นที่การขยาย Asset-light (มากกว่า 50%)
  • ในเดือนตุลาคม 2024 RevPar ของโรงแรมในประเทศไทยเติบโตขึ้น 9-10% (ตามยอดจองใน 4Q24 ที่อยู่ในระดับเลขสองหลัก) RevPar ของโรงแรมในยุโรปเติบโตขึ้น 4-5% (ตามยอดจองใน 4Q24 ที่อยู่ในระดับเลขหลักเดียวปลายๆ)
  • MINT ยังคงตั้งเป้าที่จะรีแบรนด์โรงแรมโดยอัพเกรดเป็นแบรนด์ระดับสูงขึ้นในปี 2024-25 เพื่อดึงดูดฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น และใช้กลยุทธ์ cross-selling และปรับปรุงเว็บไซต์ของแบรนด์และแพลตฟอร์มการจองเพื่อเพิ่ม ARR และลูกค้าของกลุ่ม
  • ธุรกิจอาหาร
  • ธุรกิจอาหารดีขึ้นบ้าง เนื่องจากมีเมนูใหม่และแคมเปญการตลาดที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย การออกแบบร้านค้าใหม่ในออสเตรเลีย การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในประเทศจีนเพื่อจับกลุ่มลูกค้าระดับล่าง
  • อัตราการเติบโตของยอดขายรวมของระบบ (TSSG) ในเดือนตุลาคม 2024 อยู่ที่ +4% ในประเทศไทย ทรงตัวในออสเตรเลีย และติดลบในระดับเลขหลักเดียวในประเทศจีน (เทียบกับ -21% y-y ใน 3Q24)
  • MINT ตั้งเป้าขยายร้านอาหารทั้งหมดจาก 2,661 ร้าน ใน 3Q24 (โดยมีอัตราส่วนร้านแฟรนไชส์ต่อร้านของบริษัทเองที่ 48% ต่อ 52%) เป็น 3,700 ร้าน ภายในปี 2026 (โดยมีอัตราส่วนร้านแฟรนไชส์ต่อร้านของบริษัทเองที่ 49% ต่อ 51%)
  • ค่าใช้จ่ายลงทุน และเงินทุน
  • MINT ตั้งเป้าใช้เงินลงทุน 8-11 พันลบ. ต่อปี ในปี 2024-26
  • อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E) ของ MINT อยู่ที่ 0.98 เท่า ณ สิ้น 3Q24 โดยมีเป้าหมายว่าอัตราส่วนดังกล่าวจะลดลงเหลือประมาณ 0.8 เท่า ภายในสิ้นปีนี้ โดย MINT มีแผนจะขายลูกหนี้การค้าให้กับบุคคลที่สามภายในสิ้นปีนี้ เพื่อชำระคืนหนี้และลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน
  • MINT ยังมีแผนที่จะออก REIT มูลค่า US$1.5bn ในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้าเพื่อชำระคืนหนี้ และลดความเสี่ยงจากกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ใช่กำไรหลักจากการปรับมูลค่ายุติธรรมตราสารอนุพันธ์ MINT น่าจะถือ REIT 50% ในขณะที่ส่วนที่เหลือจะถือโดยนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย REIT อาจจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยหรือตลาดสิงคโปร์ สินทรัพย์ที่ขายให้กับ REIT อาจรวมถึงโรงแรมในมัลดีฟส์และไทย เงินที่ได้สุทธิ US$700m อาจจะถูกแบ่งเท่าๆ กันเพื่อนำไปใช้ชำระหนี้ และนำไปลงทุนใหม่ในสินทรัพย์อื่น หลังจากการขายสินทรัพย์แล้ว MINT จะเป็นผู้บริหารสินทรัพย์ใน REIT ผู้บริหารของ MINT กล่าวว่าแนวทางดังกล่าวนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ MINT เรายังไม่ได้นำ REIT เข้ามาพิจารณาในการคาดการณ์ของเรา

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version