Equity Industries 1 Apr 2025, 03:30
Telecom Sector (Overweight) – ร่างหลักเกณฑ์การประมูลเพื่อรับฟังความคิดเห็นรอบสอง

- กรอบระยะเวลารับฟังความคิดเห็นช่วงวันที่ 1-7 เมษายน 2025
- จำนวนคลื่นที่จะประมูลอาจลดเหลือเพียง 4 ย่านความถี่
- มีความเสี่ยงที่ราคาขั้นต่ำจะสูงขึ้น
- เราไม่ได้มีความกังวล และคงมุมมองบวก
News Update
- คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกประกาศเมื่อวานนี้ (31 มีนาคม 2025) ถึงร่างหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะมีขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะเป็นรอบที่สอง โดยกำหนดกรอบรับฟังความคิดเห็นเป็นช่วงวันที่ 1-7 เมษายน 2025 เราเลือกหลักสำคัญที่เปลี่ยนแปลงและให้ความเห็นกับเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ดังนี้
- 1) จำนวนคลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูลอาจลดลงเหลือเพียง 4 ย่านความถี่ เนื่องจากมีข้อกังวลว่าการนำคลื่นความถี่ที่จะหมดอายุในปี 2027 (ย่านความถี่บางส่วนของคลื่น 1800MHz และ 2100MHz) ออกมาประมูลล่วงหน้าอาจทำให้มูลค่าของคลื่นหายไป 2 ปี ทาง กสทช. จึงเสนอให้นำคลื่นความถี่ออกมาประมูลในรอบนี้เหลือเพียง 4 ย่านความถี่ที่จะหมดอายุลงในวันที่ 3 สิงหาคม 2025 ซึ่งได้แก่คลื่น 850MHz คลื่น 1500MHz คลื่น 2300MHz และบางย่านความถี่ของคลื่น 2100MHz
- เรามองการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นลบเล็กน้อยต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากเรามองว่าการนำคลื่นความถี่ทั้งหมดประมูลในคราวเดียวจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถจัดสรรกลยุทธการประมูลคลื่นความถี่ได้ง่ายขึ้น แต่การแบ่งการประมูลเป็นสองรออบจะทำให้ประสิทธิภาพการจัดสรรคลื่นความถี่ของทั้งผู้ประกอบการและประเทศนั้นลดลง
- 2) อาจเปลี่ยนมาประมูลทุกย่านความถี่พร้อมกัน แทนการแบ่งคลื่นความถี่ทั้ง 7 ชุด (หรือ 4 ชุดภายใต้ร่างฉบับใหม่นี้) ออกเป็นการประมูล 3-4 กลุ่ม เนื่องจาก กสทช. มองว่าการประมูลคลื่นทั้งหมดพร้อมกันจะทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างการประมูลได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลบวกต่อรายได้รวมจากการขายใบอนุญาติคลื่นความถี่ครั้งนี้ให้แก่ประเทศไทย
- เรามีความเห็นตรงกันข้าม โดยมองว่าการนำคลื่นความถี่ทั้งหมดออกมาประมูลพร้อมกันจะทำให้ผู้ประกอบการจะต้องมุ่งเน้นความสนใจไปอยู่ที่การได้มาซึ่งคลื่นความถี่ที่ตนเองต้องการ มากกว่าการพยายามเคาะราคาประมูลคลื่นย่านที่ตัวเองอาจมีความสนใจน้อยกว่า เพื่อจุดประสงค์ให้ต้นทุนคลื่นความถี่รวมของผู้ประกอบการทั้งสองรายอยู่ในระดับใกล้เคียงกันเพื่อลดความได้เปรียบเสียเปรียบของการแข่งขันในภายหลัง เราจึงมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการแข่งขันในระหว่างการประมูล
- 3) เงื่อนไขการชำระค่าใบอนุญาตไม่มีการเปลี่ยนแปลง จากที่ กสทช. กำหนดไว้ในร่างฉบับแรกถึงแผนการชำระเงินค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ โดยแบ่งชำระ 50% ของราคาใบอนุญาตในปีแรก และอีก 25% ในปีที่สามและปีที่สี่ และแม้ทาง กสทช. จะมีการผ่อนปรนการชำระค่าใบอนุญาตออกเป็น 10 งวดเท่าๆ กัน (งวดละ 10%) สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะเข้าร่วมประมูล แต่เนื่องจากเรามองว่าจะไม่มีผู้เล่นรายใหม่เข้าประมูลในครั้งนี้ เงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นมานี้จึงไม่ส่งผลใดๆต่อมุมมองของเรา
- 4) มีความเสี่ยงที่ราคาขั้นต่ำจะเพิ่มขึ้น หลัง กสทช. ได้เพิ่มวิธีการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่เพื่อใช้กำหนดราคาขั้นต่ำของการประมูลคลื่นความถี่แต่ละชุดเข้ามาอีก 2 วิธี คือ (1) ใช้ค่าเฉลี่ยจากการประเมินมูลค่าด้วยวิธีการทางเศรษฐศาสตร์ และ (2) ใช้การอ้างอิงจากราคาสุดท้ายของการประมูลในรอบก่อน หรือราคาค่าเช่าที่ผู้ประกอบการจ่ายให้ผู้ถือครองคือความถี่ในปัจจุบัน (ดู Exhibit 2 ประกอบ)
- เราเชื่อว่าจะมีแรงต่อต้านอย่างหนักจากผู้ประกอบการต่ออการใช้วิธีประเมินมูลค่าวิธีที่ (2) เนื่องจากการอ้างอิงราคาสุดท้ายจากการประมูลที่เกิดขึ้นมาเมื่อหลายปีก่อนหน้าซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นที่ใช้สำหรับเทคโนโลยี 3G/4G ยังมีมูลค่าทางการตลาดสูงอาจดูไม่สมเหตุสมผลนัก ในขณะที่เราก็เชื่อว่า กสทช. น่าจะไม่เลือกใช้วิธีที่ (1) เนื่องจากการลดราคาขั้นต่ำลงนั้นน่าจะได้รับการวิจารณ์อย่างหนักจากองค์กรอิสระต่างๆ เราจึงเชื่อว่าราคาขั้นต่ำของการประมูลจะคงเดิมตามร่างฉบับแรก โดยหาก กสทช. เลือกวิธีที่ (2) มาใช้กำหนดราคาขั้นต่ำก็จะเป็น downside ต่อประมาณการของเรา
- และเนื่องจากจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพิ่มขึ้นมาเป็นรอบที่สอง ทาง กสทช. จึงมองว่ามีโอกาสที่วันประมูลคลื่นความถี่จะถูกเลื่อนออกไปจากแผนเดิมในวันที่ 17-18 พฤษภาคม 2025 ราวสองสัปดาห์ คือเป็นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม หรือต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเราไม่ได้มีความกังวลใดๆต่อความล่าช้าไปเล็กน้อยนี้
- มุมมองโดยรวมของเรา มองว่าร่างฉบับใหม่มีทั้งมุมบวกและมุมลบแต่ก็ไม่ได้มีผลกระทบมากนักต่อการประมูลโดยรวม และในขณะที่เราเชื่อว่าหลักเกณฑ์สุดท้ายที่จะเกิดขึ้นยังคาดเดาได้ยาก เราจึงเลือกที่จะกลับมาสู่มุมมองหลักของเราในภาพใหญ่ว่าจะไม่มีการแข่งขันรุนแรงระหว่างผู้ประกอบการทั้งสองในการประมูลรอบนี้ เนื่องจากผู้เล่นทั้งสองรายยังอยู่ในช่วงเน้นเพิ่มความสามารถการกำไรผ่านการปรับราคาการให้บริการและการลดต้นทุน เราจึงยังคงมุมมองบวกของเราต่อกลุ่มโทรคมนาคมฯ โดยมี TRUE เป็น top pick เนื่องจากเรามองว่ามีอัตราการเติบกำไรที่สูงกว่า และยังซื้อขายอยู่บนมูลค่าพื้นฐานที่น่าสนใจกว่าอีกด้วย
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……