Company Equity 26 Aug 2025, 15:18

CENTEL (BUY) – เริ่มฟื้นตัว–Target Price Bt35.00, Price Bt29.00


เราคาดว่ากำไรของ CENTEL ได้แตะจุดต่ำสุดแล้วใน 2Q25 และจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q25F โดยคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ยที่ 17% ในการเติบโตรอบใหม่ในปี 2026-28F โดยมีการเติบโตจากทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2026F ที่ 35.0 บาท

2Q25 เป็นจุดต่ำสุดของผลประกอบการแล้ว – แนะนำ “ซื้อ”

ผลการดำเนินงานของ CENTEL ใน 2Q25 อ่อนแอ เนื่องจากขาดทุนจากโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ในมัลดีฟส์ ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปี 2025-27F ลงเล็กน้อยราว 3-4% ต่อปี อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ปรับมาใช้ปีฐาน 2026F ที่ 35.0 บาท เนื่องจาก 1) เรามองว่ากำไรของ CENTEL ได้แตะจุดต่ำสุดแล้วใน 2Q25 และจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q25F เป็นต้นไป จากการที่ผลขาดทุนจากโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ที่ลดลง 2) เรายังคงมองบวกต่อรอบการเติบโตใหม่ของกำไร โดยคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ย 17% ในปี 2026-28F โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในไทยและญี่ปุ่น การขาดทุนในมัลดีฟส์ที่ลดลง และความแข็งแกร่งต่อเนื่องของธุรกิจอาหาร และ 3) ธุรกิจอาหารยังคงมีความยืดหยุ่น แม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น

ขาดทุนจากมัลดีฟส์แตะจุดสูงสุดแล้ว
ใน 1H25 โรงแรม Centara Mirage Lagoon Maldives ระดับ 4 ดาว (เปิดในเดือนพฤศจิกายน 2024) และโรงแรม Centara Grand Lagoon Maldives ระดับ 5 ดาว (เปิดในเดือนเมษายน 2025) มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (OR) ที่ 20% โรงแรมอีก 2 แห่งที่มีอยู่เดิมในมัลดีฟส์ก็มีอัตราการเข้าพักต่ำที่ 64% ใน 1H25 เนื่องจากอุปทานล้นตลาด ความล่าช้าในการขยายสนามบิน และการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน โรงแรมในมัลดีฟส์ของ CENTEL รวมกันขาดทุนราว 230 ลบ. ใน 1H25 ผู้บริหารคาดว่า 2Q25 จะเป็นจุดต่ำสุดของการดำเนินงาน และเริ่มเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q25 เป็นต้นไป

ธุรกิจโรงแรมในไทยและญี่ปุ่นทำผลงานได้ดี
ธุรกิจโรงแรมในไทยและญี่ปุ่นมีสัดส่วนรายได้รวม 40% ใน 1H25 แม้ธุรกิจโรงแรมในไทยจะได้รับผลลบจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน แต่การเปิดให้บริการโรงแรมที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ 2 แห่งในพัทยาและภูเก็ตช่วยชดเชยปัจจัยลบนี้ อัตราการเข้าพักในไทยยังคงทรงตัว y-y ที่ 72% ขณะที่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ARR) เพิ่มขึ้น 6% y-y ส่งผลให้ RevPAR เพิ่มขึ้น 7% y-y ขณะที่ในญี่ปุ่น อัตราการเข้าพักยังคงทรงตัว y-y ที่ 77% ส่วน ARR เพิ่มขึ้น 18% y-y ส่งผลให้ RevPAR เพิ่มขึ้น 17% y-y เราคาดว่า RevPAR ในไทยจะเติบโต 5/2/6/11% ในปี 2025-28F โดยการเติบโตที่ชะลอลงในปี 2026 เนื่องจากการปรับปรุงโรงแรมในหัวหิน และกระบี่ สำหรับญี่ปุ่น เราคาดว่า RevPAR จะเติบโต 20/2/2/2% ในปี 2025-28F

การดำเนินงานของธุรกิจอาหารแข็งแกร่ง
ธุรกิจอาหารมีสัดส่วนรายได้ 53% ของรายได้รวมใน 1H25 แม้อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของแบรนด์ที่บริษัทเป็นเจ้าของจะลดลง 1% y-y แต่กำไรของธุรกิจอาหารยังคงเติบโต 35% y-y ซึ่งเป็นผลจากอัตรากำไรที่ดีขึ้นจากต้นทุนอาหาร ค่าสาธารณูปโภค และค่าเช่า ที่ลดลง รวมถึงการปิดสาขาที่มีผลประกอบการไม่ดี ในธุรกิจอาหารนี้ CENTEL ถือหุ้น 51% ใน The Food Selection Group (FSG) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ได้แก่ Shinkanzen โดย FSG มีผลการดำเนินงานที่ดี และเราคาดว่าจะสร้างกำไรให้ CENTEL (127 ลบ. ในปี 2024) เติบโตเฉลี่ยปีละ 18% ในปี 2025-27F

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version