KKP (BUY) – อาจได้รับการปรับเพิ่มมูลค่า –Target Price Bt76.00, Price Bt65.50
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” KKP จากปัจจัยบวกหลายประการที่อาจผลักดันให้ได้รับการ re-rate ได้แก่ EPS ที่เติบโตโดดเด่นในปี 2026F การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมที่มีคุณภาพสูงจากตลาดทุน การซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง และอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 7–8% และ ROE ที่ 9.3% ในปี 2026F
ปัจจัยหนุนการปรับเพิ่มมูลค่ายังคงอยู่; คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” และปรับ TP เป็น 76 บาท (จาก 67 บาท) 1) ปรับ EPS ปี 2025-27F ขึ้น 4-11% สะท้อนรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่ง คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น กำไรจาก FVTPL ที่สูงขึ้น และการใช้สิทธิในใบสำคัญแสดงสิทธิเต็มที่ หลังกำไรหดตัว 18% ต่อปี ในปี 2023-24 จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ด้อยลงหลังสินเชื่อเติบโตเชิงรุก เราคาดว่า EPS จะฟื้นตัว 7% y-y ในปี 2026F (กลุ่มฯ คาดหดตัว 6%) จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ค่าธรรมเนียม และการเคลียร์งบการเงินที่ดีขึ้น 2) การขยายตัวต่อเนื่องของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจนายหน้าน่าจะทำให้สัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสูงขึ้นเป็น 32% ในปี 2027F จาก 26% ในปี 2024 ซึ่งหนุนคุณภาพกำไร 3) ทุนที่แข็งแกร่งและการคืนทุนต่อเนื่อง ทำให้มีผลตอบแทนที่น่าสนใจสุดในกลุ่มฯ ด้วยมีผลตอบแทนปันผลที่ 7-8% และอาจเพิ่มขึ้นอีก และ 4) ที่ 2026F P/BV ที่ 0.8 เท่า หุ้นอาจได้รับการ re-rate และ ROE น่าจะสูงขึ้นจาก 8.1% ในปี 2024 เป็น 9.3% ในปี 2026F
ค่าธรรมเนียมตลาดทุน: ปัจจัยสนับสนุนการ re-rating
แพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งของ KKP กลายเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญ ด้วยทำให้ AUA/AUM เติบโตในระดับเลขสองหลัก และปัจจุบันได้รับการเสริมกำลังด้วยความร่วมมือกับ Goldman Sachs Asset Management ขณะที่ธุรกิจนายหน้าที่ครองตลาดยังคงเป็นฐานรายได้ค่าธรรมเนียมที่มั่นคง และช่วยดึงลูกค้าที่มีมูลค่าสูงเข้าสู่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ดังนั้น เราจึงคาดว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่มีคุณภาพสูงขึ้นจะมีสัดส่วนถึง 29% ของรายได้รวมภายในปี 2027F เมื่อ KKP เปลี่ยนจากการเป็นผู้เล่นในสินเชื่อรถยนต์ไปสู่สถาบันการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง เราจึงเห็นโอกาสที่จะได้รับการปรับเพิ่มมูลค่า
ทุนแข็งแกร่งหนุนการเติบโตของผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
KKP กำลังดำเนินการอย่างจริงจังในการคืนทุนให้กับผู้ถือหุ้น โดยเสร็จสิ้นการซื้อหุ้นคืนรอบแรกมูลค่า 950 ลบ. ไปแล้ว และโครงการซื้อหุ้นคืนรอบที่สองมูลค่า 1.0 พันลบ. ได้แล้วเสร็จไปแล้ว 68% ซึ่งเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทฯ เนื่องจากหุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี อัตราการจ่ายเงินปันผลได้ปรับขึ้นเป็น 67% เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อชะลอตัวในปี 2024 โดย 3Q25 อัตราส่วน CET1 เพิ่มขึ้นเป็น 13.7% และยังคงขยายตัวภายใต้สมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อในระดับปานกลาง และจ่ายปันผลในอัตรา 70% ในปี 2025-27F (อัตราผลตอบแทนปันผล 7-8%) ซึ่งเราเห็นโอกาสในการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติมและอัตราการจ่ายปันผลที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
KKP W-6 ทำให้เกิดผลกระทบจากการเกิด dilution จำกัด
เรามองว่าความเสี่ยงที่จะเกิด dilution จากใบสำคัญแสดงสิทธิมีจำกัด เราคาดว่ามีการใช้สิทธิทั้งหมด เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้นของ KKP น่าจะหนุนให้ราคาหุ้นสูงกว่าราคาใช้สิทธิที่ 70 บาท ขณะที่โครงการซื้อหุ้นคืนรอบสองมูลค่า 1 พันลบ. จะช่วยบรรเทาผลกระทบ เราจึงคาดว่าจะเกิด share dilution ที่ 6.8% ที่สำคัญ เงินทุนไหลเข้าราว 4.9 พันลบ. จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับ CET1 และหนุนการเติบโตในตลาดทุนและสินเชื่อ ภายใต้สมมติฐานที่ระมัดระวัง EPS Dilution ปี 2026F จะจำกัดที่ 6.1%, DPS Dilution เท่ากับ Share dilution ที่ 6.8% และ ROE มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยลดลงเล็กน้อยที่ 9.3% เทียบกับ 9.5% หากไม่มีการใช้สิทธิ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
