Equity Industries 16 Jan 2026, 14:15

Healthcare Sector (Neutral) – แนวโน้มค่อนข้างซบเซา


เราปรับลดน้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงพยาบาลเป็น “NEUTRAL” เนื่องจากการเติบโตของกำไรมีแนวโน้มค่อนข้างอ่อนแอ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันในระยะกลางจากการขยายขีดความสามารถในการให้บริการ PR9 ยังคงเป็น Top Pick ของเราในกลุ่มฯ

แนวโน้มค่อนข้างซบเซา และขาดปัจจัยผลักดัน

เราได้ปรับลดน้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงพยาบาลเป็น “NEUTRAL” (จาก Overweight) เนื่องจาก 1) การเติบโตของ EPS มีแนวโน้มค่อนข้างอ่อนแอที่ราว 6% ต่อปี ในปี 2026–28F สะท้อนการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยที่ช้าและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 2) การขยายขีดความสามารถในการรองรับในช่วงเศรษฐกิจอ่อนตัว และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจะกดดันอัตรากำไรและกำไรในปี 2026-27F 3) ยังคงมีความเสี่ยงด้านนโยบายการบริหารจัดการด้านสุขภาพ (managed care) และการให้บริการผู้ป่วยเงินสด และ 4) เรามองว่า 2026F PE ของกลุ่มฯ ที่ 17.6 เท่า ถือว่าสมเหตุสมผล สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นสูงของกลุ่มฯ โดย PE ที่สูงถึง 30-40 เท่าในอดีตเกิดจากการเติบโตของกำไรที่สูงกว่าและความเสี่ยงด้านนโยบายที่ต่ำกว่าซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมPR9 ยังคงเป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มฯ นี้

ผู้ป่วยเงินสดเติบโตในระดับปานกลาง
แม้ว่าความต้องการบริการด้านสุขภาพจะมีความยืดหยุ่นตลอดช่วงธุรกิจ แต่จำนวนผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติของโรงพยาบาลเอกชนยังได้รับผลกระทบบ้างในช่วงเศรษฐกิจอ่อนแอ ความไม่แน่นอนในตลาดต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลและการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น เราประมาณการการเติบโตของผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติที่ 2-5% และ 3-4% ในปี 2025-28 ตามลำดับ โดยได้แรงหนุนจากโครงสร้างประชากรที่เอื้ออำนวยและการขยายขีดความสามารถในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

ได้รับการกดดันในระยะกลางจากการขยายธุรกิจ

แม้เศรษฐกิจอ่อนแอ แต่โรงพยาบาลมีการขยายโครงการ (เพิ่ม capacity) หลายแห่งในปี 2026–27 โดย BDMS, BH, BCH, CHG และ THG ต่างเพิ่ม capacity ทั้งในโรงพยาบาลเดิมและเปิดโรงพยาบาลใหม่เพื่อรองรับความต้องการในระยะยาวจากประชากรสูงอายุและผู้ป่วยต่างชาติในระยะยาว จำนวนเตียงจดทะเบียนในกลุ่มโรงพยาบาลที่เราทำบทวิเคราะห์คาดว่าจะเติบโต 2.4/9.6% ในปี 2026-27F เทียบกับ 1.4/3.5% ในปี 2024–25F เราคาดว่าผลกระทบจากการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการใหม่อาจทำให้กำไรของกลุ่มฯ ลดลง 2/5% ในปี 2026-27F

นโยบายไม่แน่นอน

โรงพยาบาลเอกชนในไทยเผชิญกับความเสี่ยงด้านหลักเกณฑ์และนโยบายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอัตราการเบิกคืนค่ารักษาภายใต้ระบบประกันสังคม การบังคับใช้และการขยายขอบเขตของข้อกำหนดการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตลอดจนนโยบายที่อนุญาตให้ผู้ป่วยสามารถซื้อยาตามใบสั่งแพทย์นอกโรงพยาบาล ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่อาจดำเนินนโยบายนี้ในเชิงรุกมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ การแข่งขันยังรุนแรงขึ้นจากการขยายตัวของโรงพยาบาลรัฐระดับบน ซึ่งอาจกดดันทั้งจำนวนผู้ป่วยและอำนาจในการตั้งราคาของผู้ประกอบการเอกชน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version