Company Equity 12 Feb 2026, 07:26

KCG (BUY) – ผลการดำเนินงานแข็งแกร่งมาก – Target Price Bt11.30, Price Bt9.20


เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” KCG จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งที่ 11/10% ในปี 2026–27F จากความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนต่อเนื่อง นอกจากนี้ คาดว่า 4Q25F จะออกมาดีกว่าคาด โดยมีกำไรเติบโต 16% y-y ที่ 9.3 เท่า PE เรามองว่า KCG น่าสนใจ

เป็นหุ้นอาหารในประเทศที่แข็งแกร่ง คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” KCG และปรับราคาเป้าหมายเป็น 11.3 บาท (จาก 11.0 บาท) 1) EPS ของ KCG มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งที่ 11/10/8% ในปี 2026–28F หนุนโดยการบริโภคเนยและชีสที่เพิ่มขึ้น และการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังคาดว่ากำไร 4Q25F จะออกมาแข็งแกร่งเติบโต 16% y-y และ 116% q-q และได้ปรับกำไรขึ้น 2–3% ในปี 2025–28F 2) แม้เศรษฐกิจจะยังอ่อนแอ แต่เราคาดว่ายอดขายของ KCG จะเติบโตเฉลี่ย 5-8% ต่อปี ในปี 2026–28F ความต้องการชีสและเนยในผลิตภัณฑ์อาหารยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และ KCG ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวสินค้าใหม่ 3) มาตรการลดต้นทุนที่ดำเนินอยู่ต่อเนื่องคาดว่าจะช่วยหนุนให้ EBIT margin เพิ่มขึ้นเป็น 7.7% ในปี 2028F จาก 7.0% ในปี 2024 และ 4) เรามองว่า KCG น่าสนใจที่ 2026F PE ที่ 9.3 เท่า เทียบกับ EPS ที่เติบโต 11/10% และอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 5.9/6.7% ในปี 2026–27F ขณะที่เงินปันผลที่เหลือ 0.5 บาท/หุ้น สำหรับ 2H25F คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.3% สำหรับการถือครอง 4 เดือน

4Q25F น่าจะแข็งแกร่ง

เราคาดว่า KCG จะรายงานกำไร 4Q25F ที่ 183 ลบ. เพิ่มขึ้น 16% y-y และ 116% q-q โดยการเติบโต q-q เป็นผลจากปัจจัยฤดูกาลซึ่งเป็นช่วงเทศกาล ขณะที่การเติบโต y-y ที่แข็งแกร่ง สูงกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้าเล็กน้อย ทั้งในด้านยอดขายและอัตรากำไร เราคาดว่ายอดขายใน 4Q25F จะเติบโต 8% y-y จากความสำเร็จในการออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม B2C รวมถึงคำสั่งซื้อใหม่และลูกค้าใหม่ในกลุ่ม B2B EBIT margin คาดว่าจะขยายตัวเป็น 8.6% ใน 4Q25F จาก 8.0% ใน 4Q24 จากสัดส่วนสินค้าที่ดีขึ้น ผลของ operating leverage และมาตรการลดต้นทุน

ยอดขายเติบโตแข็งแกร่ง  

KCG เป็นบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่ง แม้ท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่เราคาดว่ายอดขายจะเติบโตเฉลี่ย 5–8% ต่อปี หลังเติบโต 16/8/10% ในปี 2023–25F KCG ครองส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจชีสและเนยราว 50/30% และได้ขยายธุรกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่วางจำหน่ายบนชั้นวางสินค้าไปสู่ FMCG และร้านอาหาร ผ่านฐานลูกค้า B2B กลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งจับกระแสการนำเนยและชีสมาใช้บริโภคในชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น การใช้ชีสในอาหารไทย เนยที่มีการผสมวัตถุดิบเฉพาะสำหรับเมนูอาหารไทย รวมถึงขนมขบเคี้ยวประเภทชีสสำหรับเด็ก ซึ่งถูกมองว่ามีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าขนมกรุบกรอบทั่วไป

ได้ประโยชน์จาก operating leverage

EBIT margin ของ KCG อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยเราคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 7.0% ในปี 2024 เป็น 7.9% ในปี 2028F การนำระบบอัตโนมัติมาใช้มากขึ้นในกระบวนการผลิต รวมถึงการทำ R&D เพื่อปรับสูตรสินค้า ช่วยหนุนอัตรากำไรให้ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ KCG คาดว่าจะเริ่มได้ประโยชน์จาก operating leverage ตั้งแต่ปี 2026 จากสายการผลิตใหม่ และคลังสินค้าแห่งใหม่ที่แล้วเสร็จในปี 2025 บริษัทยังมีแผนลดอัตราส่วน SG&A/Sales จาก 23% ในปี 2025F ให้เข้าใกล้ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอาหารที่ระดับต่ำกว่า 20%

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version