LH (SELL) – อยู่ในช่วงลงทุนหนัก – Target Price Bt3.50, Price Bt4.42
แม้เราจะยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจที่อยู่อาศัยของ LH แต่บริษัทกำลังอยู่ในช่วงการลงทุนจำนวนมาก เพื่อขยายพอร์ตโรงแรมในช่วง 3 ปีข้างหน้า เราคาดว่าโรงแรมใหม่จะกดดันกำไรในช่วงปีแรกของการดำเนินงาน คงคำแนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมายลงเหลือ 3.5 บาท
ปรับลดกำไรและราคาเป้าหมาย; คงคำแนะนำ “ขาย”
เรายังคงแนะนำ “ขาย” LH จาก 1) เราปรับกำไรปกติของ LH ลง 18-28% ในปี 2025-28F สะท้อนสมมติฐาน presales อสังหาริมทรัพย์และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง รวมถึงสัดส่วน SG&A/Sales ที่สูงขึ้นจากการเปิดโรงแรมใหม่ ทำให้ราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ปรับลงเหลือ 3.5 บาท (จาก 3.7 บาท) 2) เราคาดว่า presales อสังหาริมทรัพย์ปีนี้จะลดลง 13% จากฐานที่ต่ำอยู่แล้วในปีก่อนหน้า และยังมาพร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงไปอีก 3) มีโรงแรมใหม่ 4 แห่งทยอยเปิดในปี 2025-28F ซึ่งจะกดดัน SG&A และมีแนวโน้มที่บางแห่งจะฉุดกำไรในช่วงปีแรกของการดำเนินงาน และด้วยยอดขายอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ เราจึงคาดว่า EPS จะเติบโตเพียง 3/22/3% ในปี 2026-28F และ 4) ที่อัตราผลตอบแทนปันผล 4.1% ในปี 2026F ทำให้ LH ไม่ได้เป็นหุ้นปันผลดีที่สุดในกลุ่มฯ อีกต่อไป
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว
ยอด presales ของ LH ปรับลดลงต่อเนื่องทุกปี จาก 3.0 หมื่นลบ. ในปี 2022 เหลือ 1.43 หมื่นลบ. ในปี 2025 หดตัวลง 24% จากปี 2024 ภายใต้กลยุทธ์ลดภาระหนี้และระบายสต๊อกคงค้าง ปีนี้ LH มีแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวใหม่เพียง 2 โครงการ มูลค่ารวม 3.7 พันลบ. ลดลงอย่างมากจากมูลค่าโครงการเปิดใหม่ 4.3/3.1/0.9 หมื่นลบ. ในปี 2023-25 และตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นของอสังหาริมทรัพย์ทรงตัว อย่างไรก็ตาม ด้วยอุปสงค์ที่อ่อนแอ โครงการเปิดใหม่ที่ลดลง และการทำโปรโมชั่นด้านราคาต่อเนื่องเพื่อเร่งขายโครงการคงค้าง เราจึงคาดว่า presales ปีนี้จะหดตัว 13% เหลือ 1.24 หมื่นลบ. (เทียบกับเป้าของ LH ที่คาดเติบโต 5%) และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นอสังหาริมทรัพย์จะลดลงอีก 34bps มาอยู่ที่ 24.1%
แรงกดดันด้านต้นทุนจากโรงแรมใหม่
แม้เรามองว่ากลยุทธ์ขยายธุรกิจโรงแรมเป็นทิศทางที่ถูก เนื่องจาก LH ทำได้ดีในธุรกิจนี้ที่ผ่านมา แต่โดยธรรมชาติแล้วธุรกิจโรงแรมต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีระยะเวลาคืนทุนนาน LH เปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ Grand Centre Point Lumphini ในเดือนเมษายน และ Grand Centre Point Prestige ในเดือนธันวาคม ซึ่งทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจหลักของกรุงเทพฯ ปีนี้บริษัทมีแผนเปิดโรงแรมแห่งที่สามในพัทยา คือ GCP Voyage (4Q26F) และถัดไปคือ GCP Chinatown ในกรุงเทพฯ (2H28F) เราคาดว่าค่าใช้จ่าย SG&A จะเพิ่มขึ้นจาก 4.3 พันลบ. ในปีก่อน เป็น 6.0 พันลบ. ในปี 2028F
มุ่งเพิ่มสู่รายได้ประจำ
เราชื่นชอบทิศทางธุรกิจใหม่ของ LH ที่ปรับเปลี่ยนจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ไปสู่โมเดลธุรกิจแบบถือครองสินทรัพย์ (asset-based) ที่สร้างรายได้ประจำมากขึ้น แผนเปิดโรงแรม Grande Centre Point 6 แห่ง ในไทยช่วงปี 2022-2028F ทำให้สัดส่วนรายได้ค่าเช่าประจำเพิ่มขึ้นจาก 3/13% ของกำไรขั้นต้นรวมในปี 2021-22 เป็น 45% ในปี 2025F และ 59% ในปี 2029F โมเดลธุรกิจแบบถือครองสินทรัพย์ดังกล่าวยังช่วยหนุนให้มูลค่าหุ้นของ LH สามารถซื้อขายที่ PE สูงกว่าบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทั่วไป อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ “ขาย” LH เนื่องจากแนวโน้มกำไรยังไม่น่าสนใจนัก
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
