Company Equity 18 Feb 2026, 06:24

BBL (HOLD) – ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าเพื่อนในกลุ่มฯ –Target Price Bt162.00, Price Bt167.50


แม้ FDI ที่เติบโตจะช่วยหนุน BBL ในระยะยาว แต่เรามองว่ามีปัจจัยหนุนในระยะสั้นจำกัด ธนาคารน่าจะให้อัตราผลตอบแทนปันผล (~5%) และ ROE (~7%) ต่ำสุดเมื่อเทียบกับธนาคารคู่แข่ง อีกทั้งยังคาดว่าจะมีกำไรลดลงมากที่สุดในปี 2026F ที่ -9% y-y ดังนั้นเราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ”

แนวโน้มระยะสั้นอ่อนตัว คงคำแนะนำ “ถือ”

เราคงคำแนะนำ “ถือ” BBL จาก 1) เราคาดว่าธนาคารจะคงเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ที่ 8.5 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผล 5.1% ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มฯ สะท้อนท่าทีการบริหารเงินกองทุนที่ค่อนข้างระมัดระวัง 2) เราคาดว่า ROE จะลดลงจาก 8.2% ในปี 2025 เหลือเฉลี่ย 7.1% ในปี 2026–28F จากแรงส่งกำไรที่อ่อนตัวลง และฐานเงินกองทุนที่ยังอยู่ในระดับสูงซึ่งกดดันผลตอบแทนต่อเนื่อง 3) หลังจากเราปรับลดกำไรปี 2026–27F ลง 8–10% สาเหตุหลักจาก NIM ที่ลดลง และมีขอบเขตจำกัดในการลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มเติม เราคาดว่า BBL จะมีกำไรหดตัวแรงที่สุดในกลุ่มที่ -9% y-y ในปี 2026F และ 4) แม้รอบการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่กำลังฟื้นตัวจะเป็นโอกาสเชิงโครงสร้างในระยะยาว แต่ประโยชน์ที่มีนัยสำคัญคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายมากกว่า ดังนั้น เราจึงปรับราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ลงเป็น 162 บาท จาก 164 บาท

นโยบายปันผลแบบระมัดระวังกดดัน ROE

แม้ BBL จะมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง (CET1 ที่ 17.2%) แต่ธนาคารมีแนวโน้มจะยังไม่เพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นในระยะสั้น เนื่องจากผู้บริหารยังคงมุ่งรักษาระดับเงินกองทุนส่วนเกินให้อยู่ในระดับสูง ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน เราคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้นจะทรงตัวที่ 8.5 บาท ในปี 2025–26F คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผล 5.1% และมีอัตราการจ่ายปันผลที่ 35–39% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 6–7% นโยบายการจ่ายปันผลแบบระมัดระวังจำกัดทั้งความน่าสนใจด้านรายได้ และการขยายตัวของ ROE โดยเราคาดว่า ROE จะลดลงจาก 8.2% ในปี 2025 เหลือเฉลี่ย 7.1% ในปี 2026–28F เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 8.7–8.9%

ได้ประโยชน์จาก FDI ในระยะยาว

แม้สัดส่วนการลงทุนจาก FDI ของอาเซียนที่เพิ่มขึ้น และคำขอส่งเสริมการลงทุนของไทยในปี 2024–25 ที่แข็งแกร่ง จะเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ประโยชน์ที่ BBL จะได้รับมีแนวโน้มเกิดขึ้นล่าช้า โดยทั่วไป โครงการที่ได้รับอนุมัติ FDI มักใช้เวลาหลายปีกว่าจะเริ่มดำเนินการ และก่อให้เกิดความต้องการสินเชื่อในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เราคาดว่าการเร่งตัวของการเติบโตของสินเชื่อจะล่าช้ากว่าช่วงการลงทุนเริ่มต้นราว 3–5 ปี ดังนั้น การเติบโตของสินเชื่อ BBL ในระยะสั้นจึงมีแนวโน้มจำกัด สำหรับปี 2026 ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อที่ 2–3% y-y (เทียบกับสมมติฐานของเราที่ 1.5%) หนุนโดยพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และต่างประเทศ

ข้อจำกัดในการลดต้นทุน

เราคาดว่าอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ของ BBL จะยังคงสูงที่ 49–50% ในปี 2026–28F สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯที่ 44–45% แม้ธนาคารจะมีเครือข่ายสาขาใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ แต่สินเชื่อรายย่อยคิดเป็นเพียง 12% ของสินเชื่อรวม ทำให้เครือข่ายสาขาส่วนหนึ่งยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และกดดันผลตอบแทน นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง BBL มีความคืบหน้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและปรับโครงสร้างสาขาช้ากว่า ทำให้ขอบเขตในการลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญยังจำกัด ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างดังกล่าวมีแนวโน้มจะจำกัด operating leverage และการฟื้นตัวของ ROE ในระยะสั้นถึงปานกลาง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version