Equity Industries 24 Feb 2026, 00:08

Utilities (Underweight) – มุมมองเบื้องต้นของเราต่อมาตรการ BYOP ของ Trump


  • Trump ต้องการให้ดาต้าเซ็นเตอร์หาแหล่งไฟฟ้าเองนอกระบบ
  • เราเชื่อว่าอัตรากำไรของโรงไฟฟ้าจะยังสูงต่อในระยะสั้น
  • แม้มองว่าความเสี่ยงจะสูงขึ้นในระยะยาว …
  • … แต่การนำมาตรการไปปฏิบัติยังมีความไม่แน่นอนสูง

News Update:

  • เมื่อคืนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Trump ได้ประกาศมาตรการ “Bring Your Own Power” (BYOP) โดยกำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ (Hyperscale) ต้องจัดหาไฟฟ้าเองผ่านการพัฒนาโรงไฟฟ้าแบบ on-site หรือ behind-the-meter (BTM) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบจากความต้องการไฟฟ้าสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วต่อค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป
  • มาตรการดังกล่าวเป็นการทำให้แนวโน้มที่เริ่มเกิดขึ้นแล้วมีความชัดเจนในเชิงนโยบาย โดยก่อนหน้านี้ Microsoft, OpenAI และ Anthropic ต่างได้แสดงเจตนารมณ์ในการรับผิดชอบต้นทุนไฟฟ้าด้วยตนเองออกมาแล้ว และคาดว่า hyperscaler รายใหญ่อื่น ๆ จะทยอยเข้าร่วมลงนามในคำมั่นสัญญากับทำเนียบขาวภายในสัปดาห์หน้า
  • อย่างไรก็ดี เรามองว่าการนำมาตรการไปปฏิบัติจริงยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงคาดผลกระทบจำกัดต่ออัตรากำไรที่อยู่ในระดับสูงของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ในระยะสั้น สำหรับบริษัทสาธารณูปโภคไทยภายใต้การวิเคราะห์ของเรา BCPG, GULF และ EGCO มีการลงทุนในตลาด PJM อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ BANPU และ BPP มีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในตลาด ERCOT ในรัฐเท็กซัส ซึ่งมีลักษณะความเสี่ยงแตกต่างกัน
  • มุมมองว่าผลกระทบระยะสั้นมีจำกัดของเรามาจากปัจจัยสนับสนุนหลัก 4 ประการ
  • 1) ตลาด gas turbine สำหรับการผลิตไฟฟ้าอยู่ในภาวะอุปทานตึงตัวอย่างมาก โดยมีระยะเวลารอส่งมอบยาวเกือบ 5 ปี ดังนั้นโครงการ datacenter น่าจะยังคงพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากโครงข่ายหลักต่อไปอีกหลายปีข้างหน้า แม้จะมีการให้คำมั่นภายใต้มาตรการ BYOP ก็ตาม
  • 2) หากตลาดไฟฟ้า (เช่น PJM) เลือกตัดความต้องการใช้ไฟฟ้าของ datacenter ออกจากการวางแผนกำลังผลิตโดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าผู้พัฒนาจะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ ตลาดจะต้องยอมรับความเสี่ยงด้านความมั่นคงของระบบ หากโครงการเหล่านั้นไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน เราเชื่อว่าหากยังไม่มีหลักฐานการดำเนินการที่ชัดเจน ความต้องการไฟฟ้าจาก datacenter จะยังคงถูกสะท้อนอยู่ในการประมูลอัตราราคา capacity ต่อไป
  • 3) จากความไม่แน่นอนข้างต้น เราคาดว่าตลาด PJM จะไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง capacity payment (CP) อย่างฉับพลัน และอัตราราคา CP ที่ประมูลได้ในช่วง US$270–333/MW-day จนถึงปีส่งมอบ 2027/28 (เดือนพฤษภาคม 2028) จะยังถูกบังคับใช้ต่อไป ซึ่งจะสนับสนุนแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งของ BCPG, GULF และ EGCO อย่างน้อยในช่วง 3 ปีข้างหน้า
  • 4) ตลาด ERCOT ไม่มีระบบราคา capacity โดยราคาขายไฟฟ้าและอัตรากำไรขึ้นอยู่กับภาวะอุปสงค์–อุปทานระยะสั้น ดังนั้นโครงการโรงไฟฟ้า Temple ของ BANPU และ BPP จึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการ BYOP นอกจากนี้การพัฒนา BTM เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นในเท็กซัสมาระยะหนึ่งแล้วเนื่องจากความหนาแน่นของโครงข่ายหลัก เราจึงมองว่ามาตรการนี้ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสำหรับตลาด ERCOT
  • แม้มุมมองระยะสั้นของเรายังเป็นบวก เราเห็นด้วยว่าการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างไปสู่การผลิตไฟฟ้าแบบ BTM กำลังเร่งตัวขึ้น ซึ่งจะลดความต้องการไฟฟ้าจากโครงข่ายหลักในระยะยาว ทั้งนี้เราได้สะท้อนสมมติฐานการทยอยลดลงอัตรา CP ตั้งแต่ปี 2029F ไว้ในประมาณการกำไรและมูลค่าพื้นฐานแล้ว ภายใต้สมมติฐานว่าอุปทานกังหันก๊าซจะผ่อนคลายลงและการพัฒนา BTM จะเพิ่มขึ้น
  • โดยสรุป เรามีมุมมองบวกต่อ BCPG ในฐานะผู้ได้ประโยชน์มากที่สุดจากภาวะอุปทานไฟฟ้าตึงตัวในตลาดไฟฟ้าสหรัฐฯ และคาดกำไรจะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องถึงปี 2028F จากอัตรา CP ที่ประมูลมาได้แล้วสำหรับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติทั้ง 4 แห่งในตลาด PJM

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version