AAV (SELL) – เผชิญกับความท้าทายมากขึ้น – Target Price Bt0.95, Price Bt1.06
นอกจากนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้นแล้ว ราคาน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นจากผลของสงครามในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เราปรับลดกำไรของ AAV ในปี 2026–28F ลงด้วย ทั้งนี้ เราคงราคาเป้าหมายที่ 0.95 บาท และคำแนะนำ “ขาย” เช่นเดิม
คงคำแนะนำ “ขาย”
เราปรับลดกำไรของ AAV ลง 42/7/3% ในปี 2026–28F สะท้อนสมมติฐานราคาน้ำมันอากาศยานที่สูงขึ้นตามการปรับราคาน้ำมันดิบของโบรกเรา และคงราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) เดิมที่ 0.95 บาท/หุ้น และคงแนะนำ “ขาย” เนื่องจาก 1) เรายังคงมองลบต่ออุตสาหกรรมการบิน และตำแหน่งของ AAV ในฐานะสายการบินต้นทุนต่ำที่มีอัตรากำไรต่ำ ทำให้มีความอ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรมอย่างมาก 2) แม้จะมีผลของฐานที่ต่ำ และการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของการท่องเที่ยวในไทย แต่เราคาดว่าราคาน้ำมันอากาศยานที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจะจำกัดการฟื้นตัวของกำไรของ AAV ให้เหลือเพียง 11% y-y ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้น 47% y-y ในปี 2027F จากต้นทุนน้ำมันที่ลดลง 3) เรามองว่า AAV มีมูลค่าที่ไม่น่าสนใจที่ PE ที่ 30/21 เท่า ในปี 2026-27F เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ ที่ 17/12 เท่า 4) มีความสามารถในการทำกำไรต่ำ โดยมี ROE อยู่ที่ 3-5% และยังคงมีขาดทุนสะสมที่ 3-4 พันลบ. ในปี 2026-28F
ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นอกจากมุมมองเชิงลบของเราต่ออุตสาหกรรมการบินจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในไทยที่ไม่มากนัก และการเพิ่มขึ้นของจำนวนเครื่องบินที่ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้นแล้ว สงครามในตะวันออกกลางยังทำให้แนวโน้มแย่ลงไปอีก เนื่องจากราคาน้ำมันอากาศยานที่สูงขึ้น ต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็น 37% ของต้นทุนรวมของ AAV ในปี 2025 ขณะที่ผู้โดยสารจากยุโรปและตะวันออกกลางมีสัดส่วน 10% ของจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมด เราคาดว่าความขัดแย้งจะดำเนินต่อไปอีกสองเดือน ทำให้ราคาน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยสูงขึ้น 16% y-y เป็น US$100/bbl ในปี 2026F (US$109 โดยเฉลี่ยในปัจจุบัน) ก่อนที่จะลดลง 10% y-y เหลือ US$90/bbl ในปี 2027–28F
แนวโน้มกำไร
อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นตามการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของจำนวนนักท่องเที่ยวมาไทย ขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นของฝูงบินของสายการบินไทย 12–16% y-y จะจำกัดความสามารถของ AAV ในการผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้โดยสาร ทำให้รายได้ต่อ RASK เติบโตเพียง 2% y-y ในปีนี้ ด้วย cabin factor ที่ 83% (เพิ่มขึ้นจาก 81.5% ในปี 2025 แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายของ AAV ที่ 85%) เราคาดว่ากำไรของ AAV จะเติบโต 11% y-y ในปี 2026F ในปี 2027F เราคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะเติบโต 47% y-y หนุนโดยราคาน้ำมันอากาศยานที่ลดลง (US$90/bbl) และ cabin factor ที่ทรงตัวที่ 83% แม้ RASK จะลดลง 4% y-y ส่วนในปี 2028F เราคาดว่ากำไรจะเติบโตอีก 8% y-y หนุนโดยการขยายกำลังการให้บริการของ AAV อย่างต่อเนื่อง
อาจยังคงมีการทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อเนื่อง
การทำคำเสนอซื้อหุ้นของ AAV โดย AirAsia X Berhad (AAX) ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นในไทย ภายใต้แผนการขายธุรกิจสายการบินของ Capital A Berhad ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการ ตามแผนดังกล่าว AAX ตั้งใจจะถือหุ้น 41% ใน AAV ขณะที่การทำคำเสนอซื้อแบบบังคับตามกฎหมาย (mandatory tender offer) จะได้รับเงินทุนจากพันธมิตรไทย เราคาดว่าจะ ไม่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของ AAV
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
