BCH (BUY) – ดีกว่าคู่แข่งในหลายมิติ–Target Price Bt12.00, Price Bt9.80
เราปรับเพิ่มคำแนะนำ BCH เป็น “ซื้อ” เนื่องจากมี EPS เติบโตที่ 9% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ ในปี 2026-27F และมี PEG ที่ 2.1 เท่า ในปี 2026 ซึ่งก็ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ นอกจากนี้ เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 12 บาท (จาก 11 บาท) สะท้อนถึงการขยายโครงการใหม่สองโครงการในอนาคต
แนวโน้มดี มูลค่าหุ้นน่าสนใจ; ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
เราปรับคำแนะนำหุ้น BCH เป็น “ซื้อ” (จาก ถือ) เนื่องจาก 1) แม้เราจะปรับลดกำไรลง 8 /0/11% ในปี 2026-28 สะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระยะเวลา 2 เดือน แต่เรายังคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี ในปี 2026-27F ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ ที่อยู่เพียง 4% ต่อปี 2) PEG ของ BCH อยู่ที่ 2.1 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 6.6 เท่า ในปี 2026F สะท้อนว่าหุ้นยังน่าสนใจในเชิงมูลค่า 3) เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2026F เป็น 12.0 บาท (จาก 11.0 บาท) สะท้อนโครงการขยายใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ KH รัตนาธิเบศร์ (เพิ่มอาคารผู้ป่วยใน 250 เตียง) และรพ. เวิด์ลเมดดิคอลเซนเตอร์ (WMC) พัทยา ขนาด 150–200 เตียง โดยทั้งสองโครงการคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2029
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต
เราคาดว่ากำไรจะเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี ในปี 2026-27F แต่โต 1% ในปี 2028F เนื่องจากคาดว่าจะมีผลขาดทุนช่วงเริ่มการดำเนินงานของ 2 โรงพยาบาลใหม่ ได้แก่ KH ระยอง (เปิดใน 4Q27) และ KH สุวรรณภูมิ (เปิด 1Q28) ปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 2026-27 ได้แก่ 1) รายได้ที่เติบโต 3/6% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ทั้งผู้ป่วยเงินสด และผู้ป่วยประกันสังคม EBIT margin ที่ขยายตัวเป็น 14.9/15.3% (จาก 14.3% ในปี 2025) จากการประหยัดจากขนาด และไม่มีการกลับรายการรายได้จากกรณีการรักษาผู้ป่วยในที่มีความซับซ้อนสูง (RW ≥ 2) และ 3) ผลขาดทุนจากโรงพยาบาลที่เปิดในช่วงปี 2020-21 ลดลงต่อเนื่อง
มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยในตะวันออกกลางในระดับต่ำ
รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติของ BCH คิดเป็น 12.7% ของรายได้รวมในปี 2025 โดยผู้ป่วยจาก CLMV คิดเป็น 5.8% ผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง 2.8% ผู้ป่วยจากจีน 1.0% และผู้ป่วยจากกลุ่มอื่นๆ 3.2% ในเดือนมีนาคม 2026 BCH ยังคงมีผู้ป่วยจากตะวันออกกลางเดินทางมารับการรักษาแม้จะอยู่ในช่วงเดือนรอมฎอนและสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม เราคาดการณ์อย่างระมัดระวังว่าผู้ป่วยจากตะวันออกกลางจะหายไปทั้งหมดในช่วงสองเดือนนี้ นอกจากนี้ เรายังคาดว่ารายได้จากผู้ป่วยชาวกัมพูชาจะลดลงเกือบหมด เนื่องจากความตึงเครียดบริเวณพรมแดน ด้วยเหตุนี้ เราจึงคาดว่ารายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะเติบโตเพียง 3% ในปี 2026F ก่อนที่จะกลับมาเติบโต 10/9% ในปี 2027-28F ทั้งนี้สัดส่วนรายได้ผู้ป่วยเงินสดต่อผู้ป่วยประกันสังคมของ BCH อยู่ที่ประมาณ 65:35
ความเสี่ยงด้านรายได้จากประกันสังคมลดลง
สำนักงานประกันสังคมยืนยันที่จะคงอัตราการเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในที่มีความซับซ้อนสูง (RW ≥ 2) ไว้ที่ 12,000 บาท/RW ในปี 2026 การที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ปรับเพิ่มเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวนเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เราเชื่อว่าการไหลเข้าของเงินสมทบที่สูงขึ้นจะช่วยเสริมฐานะทางการเงินของ SSO และลดความเสี่ยงด้านการจ่ายเงิน ในขณะที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนวางแผนที่จะขอเพิ่มอัตราการจ่ายเงินชดเชยในการให้บริการทั้งสามส่วน ได้แก่ ค่าหัว ค่าบริการรักษาผู้ป่วยในที่เป็นโรคซับซ้อน และค่าภาระเสี่ยงของโรคเรื้อรัง 26 โรค เนื่องจากอัตราเหล่านี้ไม่ได้มีการปรับปรุงมาเป็นเวลา 3-5 ปีแล้ว
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
