Company Equity 21 Apr 2026, 07:11

PTTGC (SELL) – ปัจจัยหนุนเริ่มสิ้นสุดลง –  Target Price Bt31.00, Price Bt36.75


PTTGC เป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูง เราจึงแนะนำ “ขาย” จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลดลง แม้เราสมมติให้ petrochemical spreads สูงขึ้น แต่ PTTGC ยังดูแพงไป ที่ PE 18.2/34.5 เท่า และ P/BV 0.5 เท่า vs ROE ที่ 3.3/2.4% ในปี 2026–27F

แนะนำ “ขาย” ท่ามกลางแนวโน้มราคาน้ำมันขาลง

บทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์กลุ่มพลังงาน – “มองข้ามความขัดแย้ง” วันที่ 20 เมษายน 2026 เราคงคำแนะนำ “ขาย” PTTGC แม้จะปรับราคาเป้าหมายปี 2026F ขึ้นเป็น 31 บาท (จาก 18 บาท) จากสมมติฐานราคาน้ำมัน GRM และส่วน petrochemical spread ที่สูงขึ้น 1) PTTGC เป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูง (ผ่านต้นทุนอีเทนที่มีความเสถียรมากขึ้น คิดเป็น 44% ของต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมีทั้งหมด) และราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นแล้ว 30% นับตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและราคาน้ำมันเข้าสู่แนวโน้มขาลง เราคาดว่าราคาหุ้น PTTGC จะปรับตัวลดลงตาม 2) แม้จะรวมสมมติฐานราคาน้ำมัน GRM และส่วนต่างปิโตรเคมีที่สูงขึ้นแล้ว PTTGC ยังมีความสามารถในการทำกำไรต่ำ โดยมี ROE เพียง 3.3/2.4% ในปี 2026–27F 3) ธุรกิจของ PTTGC มีสัดส่วนปิโตรเคมี (กำลังการผลิตโพลิโอเลฟิน 3.0 ล้านตัน) สูงกว่าธุรกิจโรงกลั่นอย่างมาก (175kbd) และเราคาดว่าวัฏจักรขาลงของปิโตรเคมีจะมีน้ำหนักกดดันมากกว่าผลบวกจากวัฏจักรโรงกลั่นที่ดี และ 4) แม้จะมีการปรับเพิ่มกำไรขึ้นอย่างมาก แต่มูลค่าหุ้นยังดูตึงตัว ซื้อขายที่ 18.2/34.5 เท่า PE และ 0.5 เท่า P/BV ในปี 2026–27F

สมมติฐานใหม่ที่ดีขึ้น

เราปรับกำไรของ PTTGC ขึ้น 148/7/3% ในปี 2026–28F จากชุดสมมติฐานใหม่ ตามที่กล่าวในบทวิเคราะห์กลุ่มฯ เราได้ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันเบรนท์เป็น US$80/75/75/bbl (จาก US$67/70/70) ปรับค่าการกลั่นในสิงคโปร์ขึ้นเป็น US$12.8/ 7.0/7.2/bbl (จาก US$6.6/6.8/7.0) และ HDPE-naphtha spread ขึ้นเป็น US$470 /430/400/tonne (จาก US$370/380/390) การปรับสมมติฐานนี้สะท้อนการพุ่งขึ้นของราคาในปีนี้ และความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานและโรงงานที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู สำหรับธุรกิจปิโตรเคมี เราคาดว่าสงครามจะเร่งให้เกิดการปรับโครงสร้างของโรงงานที่ไม่มีประสิทธิภาพและมีต้นทุนสูง ทำให้ฐานสเปรด ปรับตัวสูงขึ้น

ปิโตรเคมียังคงอยู่ในช่วงขาลง
แม้ฐานสเปรดจะปรับตัวขึ้นจากการปรับลดกำลังการผลิต แต่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีคาดว่าจะยังคงอยู่ในช่วงขา อุตสาหกรรมยังคงเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาด เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มเข้ามายังคงสูงกว่าการปิดโรงงาน โดยจะมีอุปทานใหม่เข้ามาจำนวนมาก – เอทิลีน 43 ล้านตันในปี 2025–30F เทียบกับความต้องการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 15 ล้านตันในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ ในปี 2021–24 มีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้น 29 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 11 ล้านตัน

บริษัทที่มี ROE ต่ำ

PTTGC ได้กลายเป็นบริษัทที่มี ROE ต่ำ หลังมีการลงทุนขนาดใหญ่ (capex) หลายโครงการ และเผชิญกับวัฏจักรขาลงของปิโตรเคมีที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้ product spreads ลดลงในเชิงโครงสร้าง ตลอดช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้กลายเป็นผู้ผลิตที่มีต้นทุนต่ำลงจากการปฏิวัติ shale oil/gas ขณะที่จีนมีความได้เปรียบด้านขนาดธุรกิจที่ใหญ่กว่า ROE ของ PTTGC ปรับลดลงจาก 16% ในปี 2016 มาอยู่ที่ -6% ในปี 2025 และเราคาดว่าจะอยู่ที่ 3.3/2.4% ในปี 2026–27F จากการวิเคราะห์ของเรา เราประเมินว่า ROE ปี 2027F จะอยู่ที่ 3.0/4.7/5.9% ภายใต้สมมติฐาน HDPE spread ที่ US$500/600/700/tonne

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version